เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.สร้อยสุดา อายุ 34 ปี แม่ค้าขายของภายในโรงเรียนหนึ่ง เขตเทศบาลเมืองปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ว่า ด.ช.เป๊าะ(นามสมมติ) วัย 12 ขวบ นักเรียนชั้น ป.6 ของโรงเรียนดังกล่าวถูกพัดลมเพดานในห้องเรียนตกใส่ใบหน้าจนดั้งจมูกหัก ตาขวาช้ำ จนต้องหยุดเรียนถึง 4 วัน เพื่อเข้ารับการรักษาบาดแผลเมื่อทวงถามถึงผู้รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชายกลับไร้คำตอบจากทางโรงเรียน

“ช่วงพักเที่ยงของวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกชายทำงานที่ค้างอยู่ที่ห้องเรียนมีพัดลมเพดานที่มีสภาพเก่ามากอยู่ตรงศีรษะลูกชายพอดีและพัดลมเกิดตกลงมาใส่ใบหน้าลูกชาย จนใบพัดบาดดั้งจมูก ทำให้จมูกหัก ดวงตาช้ำ ต้องส่งตัวไปรักษาที่รพ.ปากพนังก่อนส่งรักษาต่อที่รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จากผลการเอ็กซเรย์พบว่ากระดูกดั้งจมูกหัก ต้องเย็บดั้งจมูกถึง 7 เข็ม หมอบอกว่าต้องทำศัลยกรรมจมูกใหม่และมีค่าใช้จ่ายสูง ต่อมาตนเองและครอบครัวได้พยายามติดต่อไปที่โรงเรียนเพื่อสอบถามถึงความรับผิดชอบ แต่ทางโรงเรียนให้รอ รองผอ.โรงเรียน ที่เดินทางไปประชุมอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนหน่วยงานท้องถิ่นต้นสังกัดของโรงเรียนได้นำเอากระเช้ามาเยี่ยมลูกชาย พร้อมบอกเพียงว่า ได้เปลี่ยนพัดลมในห้องเรียนให้ใหม่แล้วเท่านั้นก่อนกลับไป” น.ส.สร้อยสุดา เล่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

แม่ของเด็กชาย เล่าต่อว่า ตนไม่ต้องการเรียกร้องอะไรมาก เพียงแต่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทางโรงเรียนมาดูแลเอาใจใส่ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ไปหาคนนั้นก็ถูกบ่ายเบี่ยง ไปหาคนนี้ก็ถูกบ่ายเบี่ยง แล้วจะตนจะไปพึ่งใครเพราะนอกจากจมูกแล้วดวงตาของลูกชายจะมีปัญหาด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ซึ่งหลังเกิดเหตุลูกต้องขาดเรียนเพราะยังเจ็บอยู่จึงได้ร้องเรียนไปยังเพจเฟชบุ๊กรายหนึ่งและผู้สื่อข่าวเพื่อหาคนรับผิดชอบดังกล่าว