“ชัชชาติ” เตรียมยื่นอุทธรณ์ หลังศาลปกครองมีคำพิพากษาให้ กทม.จ่ายหนี้ บีทีเอส 1.2 หมื่นล้านบาท ปมเบี้ยวจ่ายค่าเดินรถ-ซ่อมบำรุงสายสีเขียว
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2565 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวกรณีศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้กทม. และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ชดใช้ค่าเสียหาย 12,600 ล้านบาท รวมดอกเบี้ย ให้กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี กรณีผิดสัญญาชำระค่าตอบแทนการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2
นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าที่มีการฟ้องร้อง ตั้งแต่เดือนก.ค.2564 ซึ่งเป็นหนี้ผูกพัน จะให้จ่ายภายใน 1-2 เดือนไม่ได้ เพราะกทม.ต้องคิดอย่างรอบคอบ และต้องยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ดังนั้น จึงจะมอบให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา ซึ่งกทม.มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ ภายใน 30 วัน
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต สะพานใหม่ คูคต แม้จะเป็นอำนาจของผู้ว่าฯ กทม.โดยตรง แต่จะต้องมีการรายงานให้ที่ประชุมสภากทม.รับทราบ เพราะหากก่อหนี้ไปแล้ว จะต้องขออนุมัติงบประมาณ โดยจะเสนอเรื่องโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เข้าสู่ที่ประชุมสภากทม. ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ มีสาระสำคัญ 3 เรื่องที่จะรายงาน ได้แก่ 1.ความเป็นมาของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เนื่องจากมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มาใหม่ ยังไม่ทราบเรื่องราวของส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2
2.เรื่องการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 2 ซึ่งฝ่ายบริหารได้วิเคราะห์อัตราค่าโดยสารจากหลายแนวทาง จนได้ข้อสรุปที่เหมาะสมว่าควรจะจัดเก็บ 15 บาทเท่านั้น เนื่องจากเป็นการจัดเก็บในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างที่รอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เรื่องการขยายสัญญาสัมปทานให้กับเอกชน และ 3.เรื่องที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) สอบถามความเห็นกทม. เรื่องการขยายสัญญาสัมปทานให้กับเอกชน ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของครม. จึงอยากทราบความเห็นของสภากทม.ด้วย เพื่อประกอบรายงานเสนอกระทรวงมหาดไทย (มท.)