เชื่อปู่อือลือให้โชค! สาวต้มหอยเชอรี่กิน เคี้ยวเจอ ‘มุกเมโล’ ส่งตรวจยืนยันเป็นของแท้ เผยเก็บหอยมาจากบึงโขงหลง เป็นครั้งแรกที่พบหอยเมโลในแหล่งน้ำจืด
เมื่อวันที่ 7 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ พบก้อนเหมือนไข่มุกสีส้มอยู่ในหอยเชอรี่ จึงรีบเดินทางไปบ้านหลังดังกล่าวเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ต่อมาทราบชื่อผู้ที่เจอก้อนไข่มุกคือ นายพูนศักดิ์ บุญงาม อายุ 39 ปี นางทองสุข บุญงาม อายุ 38 ปี และนายพูนสวัสดิ์ บุญงาม อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย

นางทองสุข เล่าว่า หลายเดือนก่อนสั่งซื้อหอยเชอรี่สดจากญาติในราคา 100 บาท ซึ่งหอยเชอรี่นี้ก็เก็บมาจากอ่างเก็บน้ำบึงโขงหลง อยู่ใกล้ๆ กับเกาะดอนแก้วดอนโพธิ์ ดอนแก้ว ที่นักท่องเที่ยวมักเดินทางมากราบไหว้ปู่อือลือบนเกาะแห่งนี้ ก็นำหอยเชอรี่มาต้มกินกับส้มตำ ในขณะที่กำลังกินอยู่ลูกชายเคี้ยวตรงหัวหอย นึกว่าเป็นก้อนหินเลยคายออกมาดู พบว่าไม่ใช่ก้อนหิน แต่มีรูปร่างกลมสีส้ม

“ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร ก็เลยเก็บไว้ แล้วก็เล่าให้เพื่อนบ้านฟัง เพราะปกติไม่เคยได้ยินว่ามีอยู่ในหอยเชอรี่ที่เป็นน้ำจืด ส่วนมากจะอยู่ในหอยหวานซึ่งเป็นน้ำเค็ม เพื่อนบ้านก็เลยแนะนำให้เอาไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการทดสอบอัญมณีกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ดูว่าใช่มุกประเภทใด และผลออกวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา” นางทองสุข กล่าว
นางทองสุข กล่าวต่อว่า ผลปรากฏว่าเป็นมุกเมโลจริง เม็ดมีลักษณะกลม สีส้ม น้ำหนัก 0.36 กรัม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 17-16 มิลลิเมตร ระบุแหล่งที่มาว่าเป็นสายพันธุ์ธรรมชาติ ทางเจ้าหน้าที่ยังบอกว่า ถือเป็นครั้งแรกที่พบหอยเมโลในแหล่งน้ำจืด ส่วนตัวคิดว่าปู่อือลือคงจะมาให้โชคลาภ เพราะหอยเชอรี่มาจากอ่างเก็บน้ำบึงโขงหลงแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ก็จะเก็บรักษาไว้ และถ้ามีใครสนใจก็สามารถสอบถามได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บึงโขงหลงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศลำดับที่ 1,098 ของโลก มีพื้นที่ 13,800 ไร่ ตั้งอยู่พื้นที่อำเภอบึงโขงหลงและอำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ตอนใต้ของบึงมีห้วยน้ำเมาที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำสงครามซึ่งไหลหลงสู่แม่น้ำโขง มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง
จากการศึกษาพบพืชน้ำอย่างน้อย 75 ชนิด ชนิดพันธุ์พืชบก 256 ชนิด พันธุ์ปลา 64 ชนิด นก 27 ชนิด อาศัยอยู่ ในช่วงฤดูหนาวบึงโขงหลงก็จะกลายเป็นที่พักอาศัยของนกอพยพตามเส้นทาง The eartern asia flyway มากกว่า 30 ชนิดอีกด้วย อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ WWF ประเทศไทย
ที่มา มติชนออนไลน์