ร้านสุดทน ซ้อนแผนจับสาวแสบ ปลอมสลิปโอนเงินซื้อหมู 5 เดือน สูญ 1.6 ล้าน เพจสายหมต้องรอดประสานตำรวจตามล็อกตัวคาร้าน ยอมรับสารภาพ

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ร้านหมูรำพึง สาขาตลาดเอเวอรี่ติง จิงเกิลเบลส์ ถนนวัดเกาะ คลองถนน เขตสายไหม กทม. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงานสายไหมต้องรอด ประสานไปยังพ.ต.อ.อำนาจ กาหลง ผกก.สน.สายไหม นำกำลังฝ่ายสืบสวน โดยพ.ต.ท.เสน่ห์ มณีฉาย รองผกก.สส.สน.สายไหม พ.ต.ต.สุวิทย์ หล่มศักดิ์ สว.สส.สน.สายไหม ร.ต.อ.สุนทร ไตรเวช ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ โมฆรัตน์ รอง สว.สส.สน.สายไหม เข้าจับกุมน.ส.วรรณนิภา อายุ 25 ปี หลังเข้ามาซื้อหมูน้ำหนักรวมประมาณ 100 กิโลกรัม มูลค่า 18,868 บาท แต่กลับนำสลิปที่ปรับแต่งชื่อผู้รับโอนเงินมาแสดง ซึ่งก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง

นายเฉลิมพล รัตนพิทักษ์ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านหมูรำพึง เล่าว่า เมื่อวานนี้ร้านตรวจสอบบัญชีรายรับของสาขาตลาดเอเวอรี่ติง จิงเกิลเบลส์ สายไหม เนื่องจากพบสาขานี้ขายขาดทุนมาโดยตลอด จากการตรวจสอบสลิปย้อนหลังพบลูกค้ารายนี้เข้ามาซื้อของเป็นประจำ ทุกครั้งจะโอนเงินผ่านมือถือแล้วส่งสลิปซึ่งปรากฏผู้รับเงินเป็นชื่อร้าน แต่เมื่อสแกนคิวอาร์โค๊ด กลับเป็นชื่อของลูกค้าเอง จึงเชื่อว่าลูกค้ารายนี้รับแต่งสลิป จึงตรวจสอบย้อนหลังพบปรับแต่งสลิปมาซื้อของตั้งแต่เดือนเม.ย.รวม 18 รายการ เดือนพ.ค. 52 รายการ เดือนมิ.ย. 29 รายการ เดือนก.ค. 44 รายการ เดือนส.ค. 51 รายการ เดือนก.ย. 11 รายการ และครั้งล่าสุด 3 รายการ รวม 208 รายการ มูลค่ากว่า 1,615,857 บาท ซึ่งแจ้งความไว้ที่สน.สายไหม

ต่อมาลูกค้ารายนี้ส่งไลน์ให้ร้านเตรียมของไว้แล้วจะเข้ามารับของช่วงบ่าย โดยสั่งของมูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นบาท จึงปรึกษาทางสายไหมต้องรอด วางแผนเพื่อจับตัวคนร้ายรายนี้ เมื่อคนร้ายมาถึงพบว่ามาด้วยกัน 4 คน ชาย 1 หญิง 3 ทางร้านให้คนงานเตรียมของ แต่บอกว่าได้ของไม่ครบ คนร้ายจึงนั่งกินข้าวรอ เมื่อได้ของคนงานได้ยกขึ้นรถ ก่อนคนร้ายจะเดินเข้าไปที่แคชเชียร์เพื่อโอนเงิน 3 สลิป ทางร้านจึงขอถ่ายสลิปไว้ ปรากฏว่าปรับแต่สลิปจริง จึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่สกัดรถที่กำลังจะขับออกจากร้านโดยทันที

เบื้องต้นผู้ต้องหารายนี้ยอมรับว่าก่อเหตุจริง ก่อนหน้าทำทีมาซื้อของจ่ายเงินจริง เพื่อให้ได้สลิปของจริง จากนั้นเมื่อมาซื้อครั้งต่อไปก็ปรับแต่งสลิปโดยใช้แอพไลน์ คาเมร่า ตัดชื่อร้านมาแปะสลิปที่ตนโอนเงินตามจำนวนสินค้าที่ซื้อของก่อนส่งให้ทางร้าน และทำเพียงคนเดียว ส่วนคนที่มาด้วยทั้งพี่ แม่และเพื่อนไม่รู้เห็นกับการก่อเหตุในครั้งนี้ เมื่อได้ของมาก็จะนำไปขายคนรู้จักในราคากิโลละ 200 บาท เงินที่ได้มาก็นำมาเลี้ยงดูครอบครัว

อย่าไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การพร้อมแจ้งข้อหาฉ้อโกง ปลอมแปลงเอกสาร และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน