‘ตรีนุช’ ฝากบิ๊กเขตพื้นที่ฯ ดันร.ร.คุณภาพ มอบ ‘สพฐ.-ก.ค.ศ.’ ตั้งทีมสร้างความเข้าใจเกณฑ์ PA หลังครูสะท้อนสับสน ยัน ต.ค.นี้ เปิดให้ยื่นขอมีวิทยฐานะแน่นอน
14 ก.ย. 65 – ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานประชุมสัมนาผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และรองผู้อำนวยการ สพท. ทั่วประเทศ
โดยมีนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมกว่า 500 คน ว่า

ขอบคุณผู้อำนวยการ สพท. ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผลักดันให้นโยบาลของรัฐบาล และศธ. ในการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการศึกษา ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สามารถขับเคลื่อนงานเป็นรูปธรรม แม้จะเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ก็สามารถผลักดันงานให้มีความก้าวหน้า ทั้งโครงการพาน้องกลับมาเรียน
ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินสำเร็จเกือบ 100% การปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว, การสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา การส่งต่อนักเรียนมัธยมศึกษาสู่สายอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตครูในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น
น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ประเด็นที่อยากสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ใหม่) หรือ เกณฑ์ PA ขอให้เข้าใจตรงกันว่าเราจะดำเนินการต่อไปตามแนวทางที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ. ) กำหนดไว้
ซึ่งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ทุกสถานศึกษาจะสามารถเข้าใช้งานระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัล หรือ DPA ได้ โดยมี เขตพื้นที่ฯ เป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญในการขยายผลสร้างความเข้าใจในการใช้งานระบบ DPA ให้แก่สถานศึกษาในสังกัด
โดยเราจะเปิดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณสมบัติยื่นคำขอมีและเลื่อนวิทยฐานะตามเกณฑ์ PA ได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ถ้าหากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องเป็นมติของ ก.ค.ศ. และมีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ
“จากการลงพื้นที่ทราบว่า ครูและผู้บริหารกังวลเรื่องเกณฑ์ดังกล่าวอยู่ เนื่องจากเป็นสิ่งใหม่ และอาจจะไม่มีการสื่อสารสร้างความเข้าใจให้โรงเรียนทุกแห่ง จึงอาจจะเกิดความคลาดเคลื่อน และสับสนเรื่องเกณฑ์ PA ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของช่วงเริ่มต้น ต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนทั้งระบบ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น
โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. และเลขาธิการ ก.ค.ศ. หารือร่วมกัน เพื่อสร้างทีมงานมาทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ครูในเขตพื้นที่ โดยใช้ชื่อทีมงานนี้ว่า “PA Support Team” ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน ศึกษานิเทศก์ และเพื่อนครูบางส่วน จำนวนเขตพื้นที่ฯละ 8–15 คน รวมประมาณ 2,500 คน
โดยทีมงานนี้จะให้ความช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนครูอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ขอให้ผู้อำนวยการ สพท.ทุกเขต กำกับ ดูแล การดำเนินการขับเคลื่อนเรื่องเกณฑ์ PA ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของ ศธ.” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า สำหรับปีงบประมาณ 2566 ภารกิจด้านการศึกษาที่ได้กำหนดเป็นนโยบายไว้ยังต้องพัฒนาก้าวไปข้างหน้า อย่างไม่หยุดนิ่ง ซึ่งวันนี้คนเกิดน้อยลง โรงเรียนยังมีจำนวนเท่าเดิม ตนขอฝากเรื่องโรงเรียนคุณภาพ ที่เขตพื้นที่ฯ ต้องช่วยกันพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ จิ๋วแต่แจ๋ว พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบริบทของพื้นที่ ไม่ทอดทิ้ง
นอกจากนี้ ศธ.ยังกำหนดให้ทุกหน่วยงานในสังกัดนำ ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติเป็นภูมิปัญญาของคนไทย มาเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนด้วย โดยขอให้ สพฐ. ดำเนินการให้ครบวงจร ตั้งแต่ร่วมกับผู้รู้จัดทำหลักสูตร สร้างความร่วมมือกับปราชญ์ชุมชน ใช้ประโยชน์จากบริบทพื้นที่ต่อยอดการเรียนรู้เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจน จัดเวทีให้นักเรียนได้มีโอกาสนำเสนอความรู้ความสามารถ แสดงถึงพลังของวัฒนธรรมไทย