ยึดมือถือม.2 ลาม นร.ถือป้ายประท้วงต่อเนื่อง จี้ย้ายผอ.อ้างออกกฎละเมิดสิทธิเด็ก ขอประท้วงจนกว่าจะมีคำสั่งย้าย กรรมการสถานศึกษาเร่งหาทางออก

กรณีผู้ปกครองด.ช.เอ (นามสมมติ) ชั้นม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนหลังผอ.ยึดมือถือลูกชายไปอ้างแค่ยึดไว้เพราะไม่อนุญาตให้เด็กนำมือถือมาโรงเรียน บอกให้ถอนแจ้งความเดี๋ยวจะเสียชื่อเสียงโรงเรียน ต่อมาผอ.เข้ารับทราบข้อหา บอกไม่ได้ตั้งใจ ส่วนแม่เด็กจี้สั่งย้ายผอ.กลัวลูกถูกกลั่นแกล้ง ล่าสุดนร.ถือป้ายประท้วงและบุกร้องสพม. ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมตอนปลาย ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ รวมตัวถือป้ายประท้วงหน้าเสาธง เป็นวันที่ 2 หลังจากเมื่อวานนี้ไปถือป้ายประท้วง และยื่นหนังสือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ เพื่อเรียกร้องให้ทางต้นสังกัดพิจารณาสั่งย้ายผู้อำนวยการ โรงเรียน

โดยอ้างว่า ผอ.ใช้อำนาจออกกฎระเบียบละเมิดสิทธิเด็กนักเรียนมากเกินไป ทั้งการห้ามนำโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียน ทั้งที่จำเป็นต้องใช้เป็นสื่อในการค้นหาข้อมูล ห้ามไว้ผมยาวทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการ ผ่อนปรนให้ไว้ได้ แค่รวบเก็บให้เรียบร้อย ทั้งให้เวลาพักกลางวันเพียง 45 นาที ทำให้บางวันที่ครูปล่อยช้าเด็กกินข้าวไม่ทัน ก็ต้องเข้าเรียนต่อจนถึงเย็น

แต่ไม่เคยมีกิจกรรมให้เด็กผ่อนคลายบ้าง ทำให้เด็กเกิดความเครียด เป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่ผอ.คนนี้ย้ายมาดำรงตำแหน่งประมาณ 3 ปีแล้ว ซึ่งผอ.คนก่อนๆ ก็มีกฎระเบียบเหมือนกัน แต่ไม่ได้เข้มงวดหรือละเมิดสิทธิเด็กมากขนาดนี้ ก็อยากให้เห็นใจเด็กนักเรียนด้วย แต่หากไม่ย้ายผอ.ออก เด็กนักเรียนก็จะรวมตัวกันประท้วงแบบนี้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมีคำสั่งย้าย ล่าสุดนักเรียนพากันเดินทางไปประท้วง และยื่นหนังสือที่ศึกษาธิการจังหวัดด้วย

นายฮั้ว ธีระวิทยาภรณ์ กำนันต.สองห้อง ในฐานะกรรมการสถานศึกษา พร้อมด้วยกรรมการสถานศึกษาคนอื่น เดินทางไปที่โรงเรียนที่เด็กรวมตัวประท้วง เพื่อติดตามสถานการณ์ และสอบถามรายละเอียดว่าปัญหาเกิดจากอะไร พร้อมทั้งจะไปหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ให้เกิดความไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้

ส่วนเรื่องที่เด็กยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของผอ.ที่สพม. ก็จะไปสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อจะเร่งหาทางออกร่วมกันให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเด็ก ครู และโรงเรียน ส่วนเรื่องที่ผอ.ถูกแจ้งความ ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอน ไม่ก้าวล่วง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน