มอบตัวแล้ว หนุ่มร้านข้าวมันไก่ ลวงย่ำยี สาววัย 19 ปี ในบ้านที่ จ.นนทบุรี เปิดปากเล่าคืนเกิดเหตุ อ้างเหยื่อเรียกเงินสมยอม ไม่ได้ใช้อาวุธบังคับข่มขู่
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี และนายบี (นามสมมติ) สองพี่น้องชาว สปป.ลาว เข้ายืนยันสถานที่นัดพบเพื่อสมัครงานร้านข้าวหมกไก่ ย่านตลาดพิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อน น.ส.เอ จะถูกนายจ้างชาวไทยล่อลวงไปข่มขืนที่บ้านพัก พร้อมข่มขู่จะฆ่าทิ้งหากขัดขืน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว : สาวลาวสุดช้ำ มาสมัครงาน ถูกนายจ้างขืนใจ แถมเย้ย ‘อิหม่าม’ เตรียมไล่พ้นชุมชน
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ก.ย.2565 ที่สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายมูบีน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี และ นายปู อายุ 36 ปี พ่อและพี่ชายของผู้ก่อเหตุได้พาตัว นายปัญญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี เดินทางเข้ามอบตัวกับ ร.ต.ท.หญิง ดุษฏี พ่วงพันดี พนักงานสอบสวน หลังจากถูกหญิงสาวชาวลาววัย 19 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา
ต่อมาภายหลังจากการสอบปากคำแล้ว พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายปัญญาในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรีในวันนี้
นายปู พี่ชายของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า คืนเกิดเหตุนั้น ตนก็นอนหลับพักผ่อนอยู่ในบ้านคืนนั้นด้วย แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือใด ๆ จากหญิงสาวผู้เสียหายเลย ตนรู้แต่เพียงว่าน้องชายได้ขับรถออกไปข้างนอกก่อนจะกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเขาไปพาหญิงสาวผู้เสียหายมาที่บ้านด้วย
นายปู กล่าวต่อว่า แม้กระทั่งตอนที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาส่องไฟฉายเรียกหาน้องชายตน ตนก็ยังหลับไม่รู้เรื่องเลย มาทราบจากภรรยาในตอนเช้าอีกทีว่ามีคนมายืนเรียกหาน้องชายที่หน้าบ้านตอนดึก ตนก็คิดว่าเป็นคนมาขอสมัครหางานทำ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ
ด้าน นายปัญญา กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ตนเห็นสาวชาวลาวรายนี้ประกาศข้อความในเฟซบุ๊กว่าต้องการหางานทำ ตนจึงติดต่อไปเพื่อจะรับหญิงสาวมาทำงาน หญิงสาวจึงนั่งรถแท็กซี่มาที่การไฟฟ้านนทบุรี ต่อมาคนขับแท็กซี่ได้โทรเข้ามาหาตนว่าหญิงสาวไม่มีเงินจ่ายค่ารถแท็กซี่ให้ตนไปรับ ตนก็ขับรถไปรับและจ่ายค่าแท็กซี่ให้ไป 500 บาท ก่อนจะพามาที่บ้าน
นายปัญญา กล่าวต่อว่า จากนั้นตนก็หาข้าวหาน้ำให้หญิงสาวกิน โดยที่ตนไม่ได้บังคับหรือข่มขู่ใด ๆ บ้านก็เปิดประตู ห้องตนก็เปิดประตู รอบ ๆ บ้านก็มีญาติ ๆ อยู่ กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเรียกหาตน ตนก็ออกไปพบ ตำรวจบอกว่าได้รับแจ้งมีแรงงานต่างด้าวถูกกังขังอยู่ในบ้านตน ตนก็แจ้งไปว่าไม่มี และได้เรียกหญิงสาวคนนี้ให้เดินออกมาหาตำรวจอยู่เลย
นายปัญญา กล่าวอีกว่า รวมทั้งตนยังได้ฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าให้ช่วยติดต่อหาพี่ชายของหญิงสาวรายนี้ด้วย ซึ่งเหตุการณ์ก็เป็นปกติดีไม่ได้มีอะไร จากนั้นตนก็เข้าบ้านนอน กระทั่งตนตื่นนอนมาในตอนเช้า จึงมารู้ว่าตนเป็นข่าวถูกร้องเรียนไปแล้ว ทั้งนี้ ตนมีอาชีพทำข้าวหมกไก่ ข้าวมันไก่ขายจริง โดยทำที่บ้านแล้วนำไปขายที่ตลาดบางแค
นายปัญญา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังขายทุเรียนตามฤดู ตนมีธุรกิจจริง มีลูกน้องหลายคนก็อยู่ที่บ้าน ทุกคนเดินเข้าออกได้ปกติ ในคืนวันที่น้องเดินทางมาถึงที่บ้านตนนั้น เขาบอกกับตนว่าเขาไม่มีเงินเลย ก่อนจะเอ่ยปากขอเงินจากตน 2,000 บาท แล้วตนจะทำอะไรก็ได้เขาจะยินยอมทุกอย่าง ตนไม่ได้ใช้มีดข่มขู่ ไม่ได้บีบคอ เป็นไปด้วยความสมยอมกันเอง
นายปัญญา กล่าวด้วยว่า หลังจากเสร็จกิจตนจึงให้เงินเขาไป 400 บาท ก่อนจะบอกกับเขาไปว่า เดี๋ยวหลังตื่นตอนเวลา 04.00 น. ออกไปขายของได้เงินแล้วจะนำเอาเงินส่วนที่ค้างไว้มาให้ จากนั้น ช่วงเวลา 02.00 น. ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้านตนเรียกตัวหญิงสาวออกไปจากบ้าน ตนจึงคิดว่า สาเหตุที่น้องเขาไปร้องเรียนนั้นน่าจะไม่พอใจที่ได้รับเงินไม่ครบ 2,000 บาทมากกว่า
ด้าน พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า ผู้ปกครองของนายปัญญาได้ติดต่อมาเพื่อที่จะนำตัวลูกชายเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังถูกแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งทางร้อยเวรเจ้าของคดีได้ทำการสอบปากคำและแจ้งข้อหากับนายปัญญา หลังสอบปากคำเสร็จเรียบร้อยจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้นำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อดำเนินคดีต่อไป

