ปวีณา นำเจ้าหน้าที่พมจ. รุดเยี่ยม ม.1เหยื่อครูชายวางยา ตอบชัดถูกย่ำยี เร่งเยียวยาฟู้นฟูสภาพจิตใจ แฉวิ่งเต้นนักการเมืองล้มคดี
จากกรณีนักเรียนหญิงชั้น ม.1 อายุ 13 ปี นักกีฬาชมรมวิ่งของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ถูกครูชายสอนวิชาสุขศึกษาเรียกมาาที่ห้องพักเพื่อให้นวด ก่อนหลอกให้ดื่มน้ำที่คาดว่าผสมยาสลบจนหมดสติไป และถูกข่มขืน หลังเกิดเหตุผู้ปกครองพาไปแจ้งความที่ สภ.กุฉินารายรณ์ ขณะที่แพทย์แจ้งว่าอวัยวะเพศและปากมดลูกมีร่องรอยฉีกขาด ต่อมาครูชายคนดังกล่าวได้เข้ามอบตัว และมีการสอบวินัยร้ายแรงตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 ต.ค.2565 ที่รพ.นาคู จ.กาฬสินธุ์ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วยนางศิริกร ณ ระนอง พมจ.กาฬสินธุ์ นางปราณี ประทุมมา พมจ.ร้อยเอ็ด และทีมสหวิชาชีพ รุดเยี่ยมให้กำลังใจและสอบถาม ด.ญ.อายุ 13 ปี หลังเข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูจิตใจตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.2565 ท่ามกลางการเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิดของตำรวจและพยาบาล
นางปวีณา กล่าวว่า เดินทางมาเพื่อติดตามผลการฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เดินทางมาพร้อมกับนายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไปติดตามคดีที่ สภ.กุฉินารายณ์ และเยี่ยมให้กำลังใจเด็กรวมไปถึงแม่และครอบครัวของผู้เสียหาย ในวันนี้ตนและนางวิจารย์ ชูรัตน์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์ พร้อมคณะ ยังเกาะติดสถานการณ์อยู่ จ. กาฬสินธุ์ เพื่อดูการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ
โดยมีอัยการจังหวัด นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา อำนวยความสะดวกมาสอบที่รพ. นาคู โดยที่เด็กไม่ต้องไปสำนักงานอัยการ จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้มี พ.ต.ท.ฐิติพันธ์ นิติธรรมสารพล รอง ผกก.สภ.กุฉินารายณ์และทีมตำรวจ เดินทางมาเตรียมความพร้อมในการสอบสหวิชาชีพซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชม. โดยเด็กสามารถพูดได้ชัดเจน ว่าครูพละข่มขืน ตำรวจจึงเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งศาล
นางปวีณา กล่าวต่อว่า จากการสอบถามแม่ ยาย และญาติของเด็ก ต่างรู้สึกเป็นห่วงว่าผู้ต้องหาจะได้ประกันตัว เกรงว่าจะเข้ามาก่อกวนในบ้านเหมือนเมื่อวันก่อน จนทำให้เด็กเกิดความเครียด จนต้องเข้ารพ. แต่ยังมีพลเมืองดี ให้ข้อมูลกับญาติเด็กอีกว่า ผู้ต้องหาพยายามวิ่งเต้นให้นักการเมืองระดับชาติช่วยพ้นผิด ครอบครัวจึงกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
นางปวีณา กล่าวอีกว่า ตนได้ให้ความมั่นใจว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย คนทำผิดย่อมต้องได้รับโทษ บ้านเมืองจึงจะสงบ คงไม่มีใครอยากช่วยคนผิด เอาชื่อเสียงมาเสี่ยง ถ้ามีการเปิดเผยชื่อคนช่วย ประชาชนรู้ ไม่คุ้มแน่ ทั้งนี้ มูลนิธิปวีณา จะติดตามการดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจน้องร่วมกับ พมจ.กาฬสินธุ์ และ รพ.นาคู จนกว่าสภาพจิตใจจะหายเป็นปกติ โดยมูลนิธิปวีณา จะติดตามคดีร่วมกับตำรวจให้ได้รับความเป็นธรรมจนสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในส่วนสภาพจิตใจของเด็ก จากการสอบถามแพทย์ขณะนี้เริ่มดีขึ้นตามลำดับ หลังจากก่อนหน้านี้มีความเครียดรุนแรง มีความคิดทำร้ายตัวเอง และมีอาการซึมเศร้า ขณะที่ผลตรวจสภาพร่างกายตามแนวทางแพทย์ ทั้งภายนอกและภายใน มีบางส่วนที่จะต้องส่งตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ขอนแก่น คาดว่า 2 วันทราบผล

