จากกรณี นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก นำทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวก รวม 4 คน ลักลอบล่าสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี โดยเจ้าหน้าที่พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้งไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง ซากเสือดำ อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก ซึ่งกำลังเป็นกระแสข่าวเรียกร้องให้ลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายสถานหนักนั้น เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ นายกรณ์ ชิณวงษ์ อายุ 61 ปี และนางวงเดือน ชิณวงษ์ อายุ 56 ปี พ่อและแม่ของ นายวิเชียร ในพื้นที่บ้านลิ้นฟ้า ต.ลิ้นฟ้า อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ พบชาวบ้านและญาติพี่น้องมารวมตัวกันเพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยชาวบ้านทุกคนพากันชื่นชมที่นายวิเชียร ลูกหลานของชาวบ้านลิ้นฟ้า ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการรักษาป่าอย่างดีเยี่ยม ซื่อสัตย์สุจริต ไม่หวั่นเกรงอิทธิพลใดๆ และสามารถจับกุมคนที่กระทำผิดกฎหมายได้พร้อมหลักฐานทุกอย่างประกอบการดำเนินคดีได้ครบถ้วน จากนั้นกลุ่มชาวบ้านได้พากันไปให้กำลังใจแก่พ่อและแม่ของนายวิเชียร โดยตะโกนลั่นว่า “วิเชียร สู้ สู้” เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของนายวิเชียร ซึ่งสร้างความขวัญกำลังใจให้กับพ่อและแม่ของนายวิเชียร เป็นอย่างมาก

นายกรณ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่วิเชียร ลูกชายคนโตของตนปฏิบัติหน้าที่รักษาป่าและสัตว์ป่าอย่างเต็มที่ตามอุดมการณ์ที่เคยได้พูดกับตนเอาไว้เสมอว่า “จะรักษาป่าไม้และสัตว์ป่าเอาไว้ตราบจนกว่าชีวิตจะหาไม่” แต่ว่าอย่างไรก็ตามด้วยความเป็นพ่อ ก็รู้สึกห่วงใยวิเชียรเป็นอย่างมาก เพราะกลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบเป็นคนมีเงินมีอิทธิพล ตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อกับวิเชียร แต่ว่าไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากว่าชีวิตส่วนใหญ่ของวิเชียรจะอยู่ในป่าลึกในเขตพื้นที่รับผิดชอบเพื่อกวาดล้างจับกุมผู้ที่ลักลอบกระทำผิดกฏหมาย

ตนขอฝากไปถึงวิเชียรว่า ขอให้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ไม่ต้องหวั่นเกรงอิทธิพลใดๆ เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลถวายแด่พ่อหลวง ร.9 และ ร.10 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการปฏิบัติตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงให้มีการปลูกป่าและรักษาป่าอย่างเต็มที่เพื่ออนาคตของลูกหลานไทยให้มีป่าและสัตว์ป่าเอาไว้ในป่าของประเทศไทย

ด้านนางวงเดือน กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ด้วยความเป็นแม่ตนมีความห่วงใยวิเชียรเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่า วิเชียรเป็นคนที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา หากว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง วิเชียรจะไม่ยอมให้มีการทำผิดอย่างเด็ดขาด วิเชียรไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านมานานหลายเดือนแล้ว หากมีเวลาว่างวิเชียรจึงจะกลับมาเยี่ยมตนและครอบครัว แต่เนื่องจากว่าส่วนมากแล้ววิเชียรจะอยู่ในป่าออกตรวจตราเขตพื้นที่รับผิดชอบกับเจ้าหน้าที่จึงไม่ค่อยมีเวลาว่าง

หลังจากที่มีข่าวออกมาตนพยายามติดต่อกับวิเชียรแล้วหลายครั้ง แต่ว่าไม่สามารถติดต่อได้ ตนขอฝากถึงวิเชียรว่า ให้ทำงานอย่างเต็มที่เหมือนเดิมและให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าตนพร้อมด้วยญาติพี่น้องและชาวไทยทั่วประเทศที่รักความถูกต้องคอยเป็นกำลังใจให้อยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนมีความห่วงใยวิเชียรเป็นอย่างมาก ขอให้ระมัดระวังตัวและทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

ขณะที่ นายบุญทัน แก้วพวง อายุ 75 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของแม่นายวิเชียร กล่าวว่า ตั้งแต่สมัยเป็นเด็กๆ วิเชียวจะเป็นคนที่มีความประพฤติเรียบร้อย รักญาติพี่น้องเพื่อนฝูง หากมีเงินวิเชียรจะชอบซื้อของเลี้ยงเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง แม้ว่าตนจะย้ายบ้านออกมาอยู่ห่างไกล แต่เมื่อวิเชียรซื้ออะไรมาก็มักจะนำเอามาฝากให้ตนเสมอ สมัยเด็กวิเชียรจะเป็นตั้งใจเรียนหนังสือมาก ไม่ค่อยสนใจที่จะไปทำอะไรที่ไม่มีประโยชน์ การที่วิเชียรเป็นคนทำงานอย่างตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์สุจริต ทำให้เงินเดือนไม่ค่อนพอใช้ มักจะต้องขอเงินจากนางวงเดือนหรือนางปรือแม่ของวิเชียร เป็นประจำ

โดยวิเชียรจะนำเอาเงินไปใช้ในการทำงานและดูแลลูกน้องให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เมื่อนางวงเดือนขายหมูที่เลี้ยงเอาไว้ได้เงินก็จะส่งเงินไปให้วิเชียรครั้งละ 10,000–20,000 บาทเป็นประจำอยู่เสมอ โดยนางวงเดือน จะสอนลูกเสมอว่า ให้เป็นคนดีอย่ากินบ้านกินเมือง หากไม่มีเงินใช้ให้บอกพ่อแม่ ซึ่งวิเชียร ทำตามที่พ่อแม่อบรมสั่งสอนอย่างเคร่งครัดจนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้ ตนขอให้กำลังใจวิเชียร และขอให้ผลของการกระทำดีส่งผลให้ได้เป็นอธิบดีในอนาคต เพื่อจะได้รักษาป่าและสัตว์ป่าไว้ให้ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน