หัวหน้า อุทยานฯหมู่เกาะเสม็ด โต้ ไร้เก็บส่วยสองแถว-จักรยานยนต์ ยัน ไม่มีเรียกเงินเก็บจากการต่อเติม ก่อสร้างในพื้นที่อุทยานฯ หลังเจอ ส.ส.-ผู้ประกอบการแฉ

จากกรณี นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสไทย และอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีการเก็บค่ารถสองแถวที่วิ่งในอุทยานฯ คันละ 16,000 บาท จำนวน 50 คัน รวม 800,000 บาท และยังเรียกเก็บเป็นรายเดือน รวมทั้งมีการเรียกรับผลประโยชน์จากการต่อเติม และก่อสร้างที่พักขึ้นใหม่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว : ผู้ประกอบการ เกาะเสม็ด เดือดร้อนหนัก! สองแถวจะวิ่งต้องจ่าย1.6หมื่นต่อปี

ล่าสุดวันที่ 16 ม.ค.2566 นายชาณุ เดชธัญญนนท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง เปิดเผยว่า ตนขอยืนยันว่าไม่มีการเรียกเก็บค่ารถสองแถวที่วิ่งในอุทยานแห่งชาติฯ ตามคำให้สัมภาษณ์ของนายดำรงค์ พิเดช โดยมีประธานชมรมรถสองแถวเกาะเสม็ดและเจ้าของรถสองแถวที่อยู่ในระหว่างการบริการนักท่องเที่ยว ได้ให้คำยืนยันว่าไม่เป็นความจริงตามคำให้สัมภาษณ์ของนายดำรงค์แต่อย่างใด

นายชาณุ กล่าวต่อว่า พร้อมทั้งร่วมลงนามยืนยันข้อเท็จจริงด้วยแล้ว รายละเอียดปรากฏตามบันทึกตรวจสอบ และเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้ นอกจากนี้ ยังมีข่าวที่ปรากฏว่ามีเรียกเก็บค่ารถจักรยานยนต์รับจ้าง อุทยานแห่งชาติจึงขอยืนยันว่าไม่มีกรณีดังกล่าว และผู้ประกอบการรถจักรยานยนตร์ได้มียืนยันเช่นเดียวกับผู้ประกอบการรถสองแถว

นายชาณุ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการต่อเติมที่พักโรงแรมที่รุกล้ำเข้ามาในเขตอุทยานฯเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ที่ระบุว่ามีการหาผลประโยชน์ โดยเฉพาะที่มีการย้ายมาใหม่ในเกาะเสม็ด คงมีการขัดผลประโยชน์กัน ขอชี้แจงว่า ข้อมูลปัจจุบันในวันที่ 15 ม.ค. 66 มีที่พักและโรงแรมที่กำลังดำเนินการรื้อถอนและก่อสร้าง 2 แห่ง คือ

จุดที่ 1 บริเวณอ่าวกลางเกาะเสม็ด ท้องที่ ม.4 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง “กิจการบาร์ แอนด์เบสท์รีสอร์ท” ผลปรากฏว่า อยู่นอกพื้นที่อุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด แต่อยู่ในที่ดินราชพัสดุ ที่ดูแลโดยกรมธนารักษ์ และ จุดที่ 2 บริเวณอ่าวไผ่เกาะเสม็ด ตรวจสอบบริเวณที่กำลังปรับปรุงบ้านพัก “นากะบาร์” ซึ่งเจ้าของกิจการ อ้างว่าได้เช่าจากกรมธนารักษ์แล้ว แต่ยังไม่สามารถนำมาแสดงเอกสารให้ตรวจสอบได้ เนื่องจากเอกสารมีการจัดเก็บไว้ที่ภรรยา

นายชาณุ กล่าวต่อว่า ตนและคณะเจ้าหน้าที่ จึงแจ้งด้วยวาจาให้ชะลอการก่อสร้างดังกล่าวไว้ก่อน แล้วให้นำเอกสารมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ทราบ ภายในวันที่ 17ม.ค.นี้ และจากการตรวจสอบพื้นที่บริเวณดังกล่าวพบว่า เป็นพื้นที่ที่อยู่ในกลุ่ม 49 รายเดิม ที่ได้รับสิทธิการเช่าจากกรมธนารักษ์ตามมติคณะกรรมการแก้ไข ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) ครั้งที่ 7/2543 ลงวันที่ 13 ต.ค. 2543

นายชาณุ กล่าวด้วยว่า ซึ่งตนขอยืนยันว่า การดำเนินกิจการที่พักบนเกาะเสม็ด ได้มีการตรวจสอบ ดูแล ให้เป็นไปมติ กบร. ครั้งที่ 7/2543 อย่างเคร่งครัด ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด และประสานกับธนารักษ์ในพื้นที่มาโดยตลอด เพื่อจัด ระเบียบที่พักดังกล่าว ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการเช่าไว้กับกรมธนารักษ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน