ตายายวัย 73 วอนผู้ใจบุญ ช่วยใช้หนี้เงินค่าเช่าบ้าน บอกลูกกลับมาหากันหน่อย ไม่มีเงินเลี้ยงดูไม่เป็นไร พ่อแม่แค่อยากเห็นหน้าลูก
25 ม.ค. 2566 – ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก นางมะลิ อุ่นใจ อายุ 73 ปี และ นายจำปี เสาร์ฤกษ์ อายุ 73 ปี สองตายายที่อาศัยอยู่ บ้านเช่าเลขที่ 56/1 ถนนชลประทานท่าบ่อ ตรงข้ามซอยพรหมมาศ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ขอให้ผู้ใจบุญช่วยใช้หนี้เงินค่าเช่าบ้านจำนวน 6,000 บาท รวมถึงวอนให้ลูกคนเดียวกลับมาหา
ตาจำปี เล่าว่า เคยมีอาชีพเป็นกุ๊กอาหารตามสั่ง ส่วนยายมะลิ รับจ้างล้างจานตามร้านอาหารวันละ 200 บาท ในอดีตทั้งคู่หาเงินได้เดือนละกว่าหนึ่งหมื่นบาท แต่เมื่อ 7 ปีก่อน ตนเกิดอุบัติเหตุจากจักรยานยนต์ ทำให้ขาขวาหัก ต่อมาขาโกร่งเดินเหินไม่ถนัด ยืนผัดข้าวไม่ได้ ทำให้ต้องออกจากงาน ทำให้เหลือเพียง ยายมะลิ ที่ทำงานล้างจานหาเลี้ยงสามีมาตลอดหลายปี

จนมีการระบาดโควิด-19 ร้านที่รับจ้างล้างจานหยุดขาย เพราะมีรายได้ไม่พอเลี้ยงคนงาน ทำให้ต้องตกงานมาตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อโควิดเริ่มซาลง ปรากฏว่าไม่มีคนจ้าง เพราะอายุมากและเดินไม่สะดวกแล้ว ทำมีรายได้จากเงินผู้สูงอายุ และเงินคนพิการรวมกันแล้วตกเดือนละ 2,100 บาท ส่วนเงินจากสวัสดิการแห่งรัฐ เคยยื่นเรื่องแต่ไม่ผ่าน เพราะเอกสารไม่ครบ
อีกหนึ่งความทุกข์ใจคือ ลูกชายคนเดียวที่มีไม่เคยติดต่อมาดูแล แม้จะโทรไปตามเบอร์ที่ลูกเคยให้ไว้เมื่อกว่า 20 ปีก่อน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ รู้เพียงว่าลูกทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง เท่านั้น จึงอยากแจ้งข่าวให้ลูกชายมาเยี่ยม มาดูพ่อแม่บ้าง เพราะไม่รู้จะจากไปวันไหน ไม่มีเงินเลี้ยงดูไม่เป็นไร แค่อยากเห็นหน้าลูกบ้าง
นอกจากนี้ ตนอยากวิงวอนผู้ใจบุญในสังคม ช่วยเหลือตนและภรรยาด้วย หลังค้างค่าเช่าบ้านรวมค่าน้ำค่าไฟเดือนละ 1,200 บาท มา 3 เดือนแล้ว รวมทั้งเงินที่ยืมเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านที่ใจดีให้มาซื้อข้าวกินยามขัดสนอีก 2,000 กว่าบาท ตอนนี้เป็นหนี้อยู่ 6,000 บาท รู้สึกเกรงใจเจ้าของบ้านและคนที่ให้ยืมเงิน