นายทุนเงินกู้โหด จับลูกน้องขังห้องเช่า-รุมตื้บน่วม หลังทำยอดไม่ได้ตามเป้า ต้องหาเงินเพิ่ม 8 หมื่น ตร.ต้องพังประตูช่วย รอยฟกช้ำทั่วตัว ห่วงครอบครัวไม่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.66 จากกรณี พ.ต.ท.จิรพัฒน์ ศรีเดช รอง ผกก.ป.สภ.คูคต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ต้องตัวเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงานสายไหมต้องรอด นำกำลังบุกช่วยหนุ่มเก็บเงินกู้ถูกซ้อมขังไว้ในห้องเช่า ย่านลำลูกกา หลังจากร้องขอความช่วยเหลือผ่านเพจสายไหมต้องรอด ที่เกิดเป็นห้องเช่า 2 ชั้น ในชุมชนปั้นทองนิเวศน์ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

จากการตรวจสอบพบ นายสุพิชัย (สงวนนามสกุล)อายุ 35 ปี ถูกขังอยู่ในห้องพัก พบที่ประตูมีกุญแจล็อคจากด้านนอก เจ้าหน้าที่งัดกุญแจช่วยเหลือนายสุพิชัยออกมาได้สภาพมีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 2 ก.พ.66 เพจสายไหมต้องรอดพา นายสุพิชัย อายุ 35 ปี เข้าพบ ร.ต.ท.ชัชวาล ประกอบกิจ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามคดีและให้ปากคำเพิ่มเติม

จากการสอบถามนายสุพิชัย กล่าวว่า ตนเป็นคนเก็บเงินกู้ให้นายทุน ลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้า ระยะหลังเก็บเงินรายวันไม่ได้ จนมียอดค้างที่จะต้องเก็บกว่า 5 หมื่นบาท จึงถูกนายแอ้อุ้มมาขังและซ้อม ทั้งเตะต่อยถีบ ใช้ขวดตีหัว เอาปืนขู่ และจับมาขังตั้งแต่เย็นวานนี้ และบังคับให้หาเงินมาใช้ โดยยอดเงินเพิ่มขึ้นเป็น 8 หมื่นบาท ซึ่งตนเองจะเอาที่ไหนมาให้ ถ้าไม่มีมาให้เขาก็จะถูกซ้อม

ที่ผ่านมาน้องสาวก็ช่วยหาเงินมาใช้หมดแล้ว แต่ก็ไม่รู้ทำไม ยังไม่ยอมปล่อยตน และยังยึดรถมอเตอร์ไซต์ไปด้วยอีกคัน ตอนนี้กลัวเรื่องความปลอดภัยทั้งตัวเองและครอบครัว จึงต้องร้องขอความช่วยเหลือทางเพจสายไหมต้องรอด โชคดีที่ขอความช่วยเหลือก่อนที่จะถูกยึดมือถือไป ครั้งแรกเขามากันเยอะ มีทั้งมีด ปืน ซึ่งต้องหาเงินให้ได้ 2 หมื่นกว่าบาทต่อวัน ลูกค้าก็จะเป็นแม่ค้า ย่านคูคต รังสิต

บางครั้งลูกค้าส่งยอดไม่ตรง เราก็ต้องหาเงินมาใส่ให้มันตรง ซึ่งในกลุ่มมีหลายคน ซึ่งตนมาอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ซึ่งก็ไม่มีไครโดนแบบตน มีตนโดนเป็นคนแรก และก็ไม่รู้จักกับเจ้าของเงิน มีพวกชักชวนให้มาทำและได้เงินเดือนๆ ละหมื่นกว่าบาท ก็แบ่งเปอร์เซ็นต์บ้าง ซึ่งแม่ค้าก็รู้อยู่แล้ว ซึ่งเก็บเป็นรายวัน สมมุติว่าปล่อยไป 1 พันบาทเก็บวันละ 50 บาท เป็นเวลา 24 วัน เขาบอกว่าหาเงินมาคืนให้ได้ เขาไม่ได้ข่มขู่อะไร เราต้องยอมรับสภาพ

“ทุกวันนี้ก็กลัวว่าครอบครัวจะเดือนร้อน ตอนนี้ก็มีอาการปวดหัว หลังนี้ก็จะไปพบแพทย์อีกครั้ง โดยต้องคืนยอด 8 หมื่นกว่าบาท ซึ่งเขายึดรถจักรยานยนต์เอาไว้ พร้อมชี้ศีรษะที่มีบาดแผลให้ดู จากนั้นเข้าพบพนักงานสอบสวนตามนัดให้สอบปากคำเพิ่มเติม” นายสุพิชัย กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน