ชาวบ้านร้อง นายทุนเงินกู้ ยิ่งกว่าคอลเซ็นเตอร์ ปลอมหลักฐาน ดูดเอาที่ดิน
ชาวบ้านเดือดร้อนหนักหลังจากไปกู้เงินกับนายทุนรายหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ จ่ายดอกร้อยละ 3 ปกติสุดท้ายที่ดินและบ้านตกเป็นของนายทุน วิ่งแจ้นไปถามที่ระบุมีใบมอบอำนาจและใบลงบันทึกประจำวัน ตรวจสอบพบไม่ใช่ลายมือของตนเอง เผยมีคนโดนในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2566 นายอำนวย อายุ 51 ปี ชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และนางไฮ อายุ 51 ปี ชาว อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ เดินทางมร้องต่อสื่อมวลชน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบ ปลอมเอกสารนำไปโอนเอาที่ดินโดยที่ไม่รู้เรื่อง
นายอำนวย เล่าว่า เมื่อเดือน ต.ค. 65 เอาโฉนดที่ดินจำนวน 4 ไร่ไปกู้กับบริษัทไฟแนนท์ ได้เงินมา 110,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 /เดือน ต่อมาเมื่อเดือนม.ค. 66 มีนายหน้ามาติดต่อให้ย้ายไฟแนนท์ โดยจะเพิ่มเงินทุนให้อีก 10,000 บาท จึงยอมย้ายไฟแนนท์เพราะต้องการเงินเพิ่ม โดยได้ทำหนังสือสัญญาเงินกู้กับนายทุนคนหนึ่ง
ต่อมามีผู้หวังดีมาเตือนว่าให้ระวัง ไปตรวจสอบที่ดินของตัวเองหรือยังว่าอยู่ไหม จึงเดินทางไปที่ดินอำเภอประโคนชัย พบว่าได้มีการยื่นหลักฐานเตรียมโอนเป็นของนายทุนรายดังกล่าวแล้ว จึงขอสำเนาเอกสารทั้งหมดจากที่ดินมาตรวจสอบเพราะไม่เคยจะไปซื้อขายกับใคร
พบว่ามีการปลอมใบมอบอำนาจ และหนังสือลงบันทึกประจำวันของ สน.ร่มเกล้า แต่ตนไม่เคยไปกรุงเทพฯ ไม่เคยเซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ใคร สิ่งที่ติดใจมากคือทำไมตำรวจรับลงบันทึกทั้งที่ไม่ใช่ตัวจริง และทำไมที่ดินจึงให้มีการโอนสิทธิ์ได้ง่ายขนาดนี้ โชคดีที่ไปค้านไว้ทัน ต่างจากคนอื่นอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกโอนเอาที่ดินไปแล้ว
ด้านนางไฮ หนึ่งในอีกเหยื่อจำนวนมากที่ถูกโอนที่ดินไปแล้ว เล่าว่า เมื่อปี 2561 ได้เอาโฉนดที่ดิน 3 แปลง ซึ่งมีบ้านอยู่ในที่ดินจำนวน 3 หลังไปกู้เงินกับนายทุนเจ้าเดียวกัน จำนวนเงิน 200,000 บาท นายทุนคิดดอกร้อยละ 3/เดือน โอนเงินค่าดอกทุกเดือนๆละ 6,000 บาท
ต่อมาทราบว่ามีเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวจึงไปขอค้นเอกสารที่สำนักงานที่ดินอำเภอ พบว่าที่ดิน 2 แปลง ได้ถูกถ่ายโอนไปยังนายหน้า แล้วถ่ายโอนไปยังนายทุนไปแล้ว หลักฐานที่ประกอบในการโอน มีเพียงหนังสือมอบอำนาจ 1 ฉบับ และ ใบลงบันทึกหลักฐานอีก 1 ฉบับ
ตรวจสอบแล้ว ลายมือในใบมอบอำนาจเป็นลายมือตัวเอง เพราะคิดว่าเขาให้เซ็นกู้เงิน ส่วนใบลงบันทึกประจำวันที่ลงไว้ว่านางไฮ คือตนเอง มีความประสงค์มอบอำนาจให้นายหน้ามีอำนาจในการโอนขายที่ดินตามเลขที่ดินที่ปรากฏ แล้วลงชื่อตนเอง ซึ่งตนไม่ได้เซ็นและไม่เคยไป สน.ร่มเกล้า มาก่อน
ตนและครอบครัว ตกใจมากจึงติดต่อกับนายหน้าเพื่อหาทางแก้ไข ได้รับคำตอบว่าทั้งต้นทั้งดอกรวมกันเป็น 800,000 บาท จากนั้นได้มีการรวบรวมเงินญาติทั้งหมดเนื่องจากจะไม่มีที่อยู่ ได้มาครบ 800,000 บาท เดินทางไปบ้านนายทุน เพื่อขอซื้อคืนกลับได้รับคำตอบว่าต้องจ่าย 1,800,000 บาท
ยอมรับว่าทุกข์ใจมากเพราะนายทุนจะให้ทำหนังสือเช่าบ้านของตัวเอง จึงอยากจะวิงวอนให้นายทุนเห็นใจ ช่วยผ่อนคลายขายที่ดินให้คืนในราคาเท่ากับดอกเบี้ยกับเงินต้นที่นายทุนจะได้รับ เพราะครอบครัวและญาติจะไม่มีที่อยู่
นางไฮ เล่าด้วยว่า ที่ผ่านมาเห็นข่าวออกทางทีวี เกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตนไม่สนใจเพราะไม่มีเงินในบัญชี ไม่มีแอพธนาคารให้ใครมาหลอกได้ แต่สิ่งที่ตนเจอหนักยิ่งกว่าคอลเซ็นเตอร์ มีทั้งนายหน้าซึ่งเปรียบเสมือน”บัญชีม้า”เมื่อโอนที่ดินเป็นชื่อนายหน้าแล้วโอนกลับให้นายทุน ที่สำคัญไม่ต้องมีเอกสารใดๆแต่สามารถดูดเอาที่ดินไปได้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง