เจ้าอาวาสแจงดราม่า ปมป้ายห้ามเข้าวัด แค่เตือนสติ ขอให้เห็นใจความปลอดภัยพระ หลังเคยถูกข่มขู่ หากมีเจตนาดี อยากเข้ามาทำบุญ ยืนยันไม่ขัดศรัทธาแน่นอน

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ป้ายติดประตูทางเข้าวัดเวินพระบาทภูกระแต บ้านนาราชควาย หมู่ 11 ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม ว่า “ถอยดีกว่า …จะไปทำบุญ…แต่เจอแบบนี้…ไปบ่อเป็น” พร้อมโพสต์รูปถ่ายข้อความ “ประตูยังไม่เปิด ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด ฝ่าฝืนจะถือว่าบุกรุก” พร้อมป้าย “วัดไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวทัศนาจร แต่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ใฝ่ศีลใฝ่ธรรม “ประกอบกับภาพป้ายชื่อวัด และป้ายแนะนำว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เกิดกระแสดราม่าในสังคมออนไลน์นั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดเวินพระบาทภูกระแต ซึ่งตั้งอยู่บนเนินภูกระแต่ระหว่างบ้านนาสมดี กับบ้านนาราชควาย หมู่ 11 ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม มีสภาพเป็นวัดป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 200 กว่าไร่ โดยมีพระเฉลิมศักดิ์ ธัมเทโป เป็นเจ้าอาวาส จำพรรษาอยู่เพียงรูปเดียว

สภาพทั่วไปตัวอุโบสถถูกปล่อยทิ้งร้างเป็นเวลานาน จนถูกปลวกกัดแทะประตูทางเข้าจนผุพังเสียหาย ภายในอุโบสถมีเพียงองค์พระประธานที่ยังหลงเหลืออยู่เท่านั้น พื้นที่รอบๆ บริเวณถูกปล่อยทิ้งร้างไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานจนผุพังไปหมด และเมื่อเข้าไปในวัดก็ได้พบกับพระเฉลิมศักดิ์ ธัมเทโป เจ้าอาวาสวัดเวินพระบาทภูกระแต และได้สอบถามถึงที่มาที่ไปของป้ายห้ามบริเวณทางเข้าวัดดังกล่าวข้างต้น

พระเฉลิมศักดิ์ เปิดเผยว่า เป็นผู้สั่งการให้ทำป้ายดังกล่าวจริง และให้นำมาติดไว้ตรงประตูทางเข้าวัด ทั้งนี้เนื่องจากก่อนหน้านี้มักจะมีคนเข้าออกวัดโดยพลการโดยไม่ทราบใครเป็นใคร

“วัดเคยมีปัญหามีโจรบุกเข้ามาลักลอบตัดไม้พะยูง ข่มขู่ทำร้ายพระมาหลายรอบ จึงต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัย ยืนยันทางวัดไม่มีเจตนาขัดศรัทธาคนมาทำบุญ ส่วนป้ายดังกล่าวจะติดหรือไม่ติด หากมีเจตนาดี อยากเข้ามาทำบุญยืนยันไม่ขัดศรัทธาแน่นอน แต่หากคิดไม่ดีหวังมาขโมยทรัพย์สินในวัด อย่างน้อยมีป้ายพอได้ให้คนคิดไม่ดีเกรงกลัวต่อบาปบ้าง เพราะจะหวังเพียงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาดูแลตลอดเวลา คงไม่ได้” พระเฉลิมศักดิ์ กล่าว

ซึ่งกรณีที่มีคนโพสต์รูปดังกล่าว อาตมาแจ้งแก่พระเลขาฯของเจ้าคณะตำบลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประเด็นที่มีคนไปโพสต์เรื่องนี้นั้น เข้าใจว่าผู้โพสต์คงจะเดินทางมาถึงที่วัดก่อนที่อาตมาจะกลับจากออกไปบิณฑบาต ผู้โพสต์จึงถ่ายภาพแล้วนำไปโพสต์

โดยปกติถามว่าการที่วัดทำประตูเปิด-ปิดแบบนี้มันผิดตรงไหน การที่เขียนป้ายดังกล่าวติดไว้เพื่อต้องการเตือนสติคนดี ถ้าคนที่ไม่ดีหรือไม่มีสติเขาก็เข้ามาเองมันมีอยู่แค่นั้น ป้ายที่ติดไว้ก็เพียงเพื่อเตือนเผื่อจะมีสติยั้งคิดบ้าง เพราะมันกันอะไรไม่ได้อยู่แล้วเพราะขอบเขตวัดกว้างใหญ่มีเนื้อที่ถึง 204 ไร่

“อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจของญาติโยม อาตมาเอาป้ายออกก็ได้ ไม่มีปัญหา เพราะมันกันอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไปได้ทำถูกต้องแล้ว เป็นการทำตามหน้าที่ทุกอย่างแล้วก็พอ” เจ้าอาวาส กล่าว

ด้านน.ส.อรวรรณ นิตยาคม ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาสมดี หมู่ 9 ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม เปิดเผยว่า พื้นที่วัดเวินพระบาทภูกระแต อยู่ในเขตรับผิดชอบของบ้านนาราชควาย หมู่ 11 ต.นาราชควาย ถึงแม้จะมีอาณาเขตติดกับบ้านนาสมดีก็ตาม เนื่องจากแบ่งเขตรับผิดชอบไปให้หมู่ 11ที่แยกตัวออกจากหมู่ 7 ให้ดูแลวัดเวินพระบาทภูกระแตแทนบ้านนาสมดี ซึ่งตั้งแต่ตนเป็นผู้ใหญ่บ้านมา ก็ไม่เคยขึ้นไปที่วัดนั้นเลย

โดยปกติพระที่วัดเวินพระบาทภูกระแต จะออกไปบิณฑบาตที่หมู่บ้านอำพร 2 ซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดสรร อยู่ห่างออกไปทางถนนเลี่ยงเมืองนครพนม ไม่ได้มาบิณฑบาตที่บ้านนาสมดีเลยถึงแม้จะอยู่ใกล้วัดกว่าก็ตาม ซึ่งชาวบ้านที่ไปที่วัดต่างพูดกันว่า เมื่อชาวบ้านเข้าไปในวัดจะทำอะไร เจ้าอาวาสก็จะห้ามหมดทุกอย่าง จึงไม่มีใครอยากเข้าวัดดังกล่าวอีกเลย

นายธานี ดีจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บ้านนาราชควาย เปิดเผยว่า วัดดังกล่าวอยู่ในเขตรับผิดชอบของชาวบ้านนาราชควายหมู่ 11 จริง โดยก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนมีเหตุการณ์คนร้ายเข้ามาตัดไม้พะยูงต้นขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างกุฏิของเจ้าอาวาสคนก่อน และอีกหลายต้นในบริเวณนั้นจนหมด

เจ้าอาวาสก็กล่าวหาว่ากรรมการหมู่บ้านไม่มาดูแล ขณะที่ชาวบ้านกลับคิดว่า พระในวัดขายไม้พะยูงเหล่านั้นให้กับคนที่มาตัด เนื่องจากจุดที่ตัดอยู่ติดกับกุฏิเจ้าอาวาสแต่ทำไมถึงไม่มีใครรู้ จึงเกิดเป็นประเด็นขัดแย้ง ระหว่างเจ้าอาวาสวัดกับชาวบ้านตั้งแต่นั้นมา

“ส่วนเจ้าอาวาสคนปัจจุบัน ชาวบ้านเพิ่งนิมนต์มา เมื่อประมาณ ปี 2559 ก็มีปัญหากับชาวบ้านอีก เนื่องจากชาวบ้านจะถูกห้ามไม่ให้เข้ามาหาเก็บของป่า และแหย่ไข่มดแดงภายในบริเวณวัด ซึ่งบริเวณวัดมีเนื้อกว้างใหญ่กว่า 200 ร้อยไร่ และเคยเป็นพื้นที่ป่าชุมชนที่ชาวบ้านมักจะพากันเข้าไปหาเห็ดหาผักป่า และแหย่ไข่มดแดง แต่ภายหลังถูกเจ้าอาวาสวัดห้ามไม่ให้เข้าจึงเกิดความขัดแย้งขึ้น ภายหลังก็ไม่พากันเข้าวัด เข้าวา จนปล่อยให้อุโบสถถูกทิ้งร้างอย่างที่เห็น” นายธานี กล่าว

ที่มา มติชนออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน