เอาแล้ว! ปลัดมหาดไทย พบมูลนิธิเป็นต่อ ไม่ได้จดทะเบียน หลังพัวพันสารวัตร ซ โยงพนันออนไลน์ เตรียมตรวจสอบข้อมูล พบเข้าข่าย เอาผิดทันที

วันที่ 11 ก.พ.2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวกรณีปรากฏข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ โดยมีการกล่าวถึง “มูลนิธิเป็นต่อกรุ๊ป จำกัด” ซึ่งมีความพัวพันกับสารวัตร ซ ที่ถูกให้ออกจากราชการ หลังพบว่าเกี่ยวพันกับเว็บพนันออนไลน์ โดยเบื้องต้นตรวจสอบในฐานข้อมูลแล้ว ไม่ปรากฏการจดทะเบียนมูลนิธิในชื่อดังกล่าว ทำให้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชนของมูลนิธินี้เข้าข่ายผิดกฎหมาย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสืบค้นข้อมูล และแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน ณ บ้านเลขที่ 9 อาคารเป็นต่อกรุ๊ป ซ.รามอินทรา 5 แยก 15 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของมูลนิธิเป็นต่อ กรุ๊ป จำกัด จากการตรวจสอบไม่ปรากฏป้ายชื่อมูลนิธิเป็นต่อกรุ๊ป จำกัด ติดตั้งไว้ที่ด้านหน้ารั้วหรือจุดใดๆ ของสถานที่นั้น

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบป้ายชื่อบริษัทหลายบริษัทติดตั้งไว้ที่รั้วและประตูทางเข้าด้านหน้าอาคาร เจ้าหน้าที่จึงสอบถามพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งที่ปรากฏป้ายชื่อที่อาคารดังกล่าว จึงได้ทราบข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติม พบว่ามีผู้บริหารที่เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิเป็นต่อ กรุ๊ป

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าตัว ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้ให้ข้อมูลโดยยอมรับว่ามูลนิธิเป็นต่อ กรุ๊ป ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิแต่อย่างใด เป็นเพียงการรวมกลุ่มกันของผู้บริหารที่รู้จักสนิทสนมกันในหลายบริษัท เพื่อทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์

ขั้นตอนต่อไปกรมการปกครองจะได้ประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEs) เพื่อขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบเว็บไซต์ของมูลนิธิเป็นต่อกรุ๊ป จำกัด รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์กับบุคคลที่จดทะเบียนเว็บไซต์ ว่าเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 60 พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499 หรือไม่

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน รัดกุม หากพบว่าการดำเนินการของมูลนิธิเป็นต่อ กรุ๊ป จำกัด เข้าข่ายความผิดตามมาตราดังกล่าวจริง จะได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำและกำชับให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบและติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิ สมาคม ทุกแห่งให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของแต่ละแห่ง หากพบการกระทำความผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

โดยนในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิในเขตกรุงเทพมหานครตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับกรณีนี้ และได้สั่งการให้กรมการปกครอง ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการรับจดทะเบียนมูลนิธิ ได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน