ยังไม่เข้าไทย! สธ.เตรียมรับมือเข้ม ไวรัสมาร์บวร์ก เผยความรุนแรง ติดเชื้อ 7 วันเสียชีวิต เดินทางด้วยเครื่องบินยาก ยันไม่พบสัญญาณของโรคมาถึงแถวนี้
วันที่ 16 ก.พ. 2566 นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงการยกระดับเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก ที่พบการระบาดเพิ่มขึ้นในประเทศอิเควทอเรียลกินี และมีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 9 ราย ว่า องค์การอนามัยโลกแจ้งว่า มีโรคไวรัสมาร์บวร์กที่ประเทศอิเควทอเรียลกินี ในทวีปแอฟริกา โดยพบผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่งมีทีมเข้าไปช่วยดูแลควบคุมโรคแล้ว แต่ประเทศไทยก็เตรียมความพร้อม โดยคัดกรองโรคในกลุ่มผู้เดินทางมาจากกลุ่มประเทศอิเควทอเรียลกินีและประเทศใกล้เคียงในแถบแอฟริกากลาง ซึ่งการเดินทางเข้ามาไม่มีสายการบินตรง แต่จะต้องไปต่อเครื่องที่เคนยาและเอธิโอเปียเพื่อเดินทางเข้ามาประเทศไทย
นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2565 ถึงปัจจุบัน มีเดินทางเข้ามาจำนวน 13 ราย ถือว่ามีผู้เดินทางเข้ามาน้อยมากและยังไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนนี้ให้ยกระดับการติดตามและเฝ้าระวังจากกลุ่มประเทศนี้ สำหรับโรคไวรัสมาร์บวร์กมีระยะเวลาฟักตัว 2-21 วัน สามารถติดได้จากทางเดินหายใจและสารคัดหลั่ง เมื่อติดเชื้อแล้วจะเป็นเร็วและรุนแรง จะมีอาการไข้ มีเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ และเสียชีวิตใน 7 วัน
นพ.ธเรศ กล่าวอีกว่า โดยธรรมชาติของโรคเมื่ออัตราการเสียชีวิตสูงจะไม่แพร่กระจายง่าย ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยาเฉพาะ ต้องรักษาตามอาการและดูแลร่างกายให้แข็งแรง การป้องกันคล้ายโควิดคือสวมหน้ากาก ล้างมือ
“ประชาชนไม่ต้องตระหนก เนื่องจากคนเดินทางจากกลุ่มประเทศดังกล่าวเข้ามาน้อยมาก และไม่มีสัญญาณของโรคว่าจะมาถึงแถวนี้ และประเทศเหล่านี้ก็เป็นประเทศกลุ่มไข้เหลืองอยู่แล้ว จะเข้าประเทศได้ต้องมาผ่านด่านก่อนเสมอ ตรวจไข้ทุกคน ลงทะเบียนที่อยู่ของเขาในประเทศทุกคนก่อนที่จะไป ตม. และต้องใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินประมาณ 2 วัน ซึ่งจากอาการรุนแรงของโรคมาร์บวร์กก็ทำให้เดินทางด้วยเครื่องบินยาก โดย 7 วันอัตราเสียชีวิตสูงถึง 88%” นพ.ธเรศกล่าว
นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยประกาศโรคไวรัสมาร์บวร์กเป็น 1 ใน 13 โรคติดต่ออันตราย เพื่อเตรียมความพร้อมและออกมาตรการต่างๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องรอไปเข้าคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ดังนั้น หากพบสถานการณ์ด่านควบคุมโรคติดต่อก็สามารถใช้อำนาจเต็มได้เลย
“แม้สัญญาณโรคจะยังมาไม่ถึง แต่เราได้เตรียมความพร้อม Activate ยกระดับเฝ้าระวังไว้ก่อน โดยจะคัดกรองสัญชาติที่มาจากประเทศเหล่านี้ และประเมินอาการ โดยซักถามซักประวัติ ถามอาการ และตรวจวัดไข้ต่างๆ เรียกว่าเราไม่ประมาท แต่ไม่คิดว่าจะระบาดใหญ่เหมือนโควิด” นพ.ธเรศ กล่าว