หลวงพี่วัย 43 ปี ผูกคอมรณภาพคากุฏิวัด เจ้าอาวาสระบุไม่มีปัญหากับวัด ขณะพี่สาวร่ำไห้สาเหตุน่าจะมาจากพระทราบข่าวว่าพี่สาวไล่แม่ออกจากบ้าน เคยบ่นว่าหากสึกออกไปแล้วจะไปอยู่ที่ไหน ไม่กี่วันก่อนผูกคอตาย คาดทำเพื่อประท้วงพี่สาวให้ดูแลแม่
เมื่อวันที่ 13 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมือง บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระลูกวัดหลักเขต ต.สวายจีก อ.เมือง ผูกคอมรณภาพในกุฏิภายในวัด จึงประสานหน่วยกู้สว่างจรรยาธรรม และแพทย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เข้าร่วมชันสูตร
ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิสร้างเป็นห้องแถวชั้นเดียว 8 คูหา มีชาวบ้านญาติโยมมามุงดูเป็นจำนวนมาก ภายในห้องกุฏิห้องที่ 5 พบพระสุพจน์ ตรีทอง อายุ 43 ปี พระลูกวัดหลักเขต ต.สวายจีก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ใช้จีวรซึ่งฉีกแบ่งออกให้เป็นเส้นคล้ายเชือก นำไปผูกกับสายไฟข้างประตูแล้วผูกคอตัวเองมรณภาพในท่านั่ง
จากการสอบถามอธิการบุญเชิด สุทธสีโล เจ้าอาวาสวัดหลักเขต กล่าวว่า พระสุพจน์บวชที่วัดอื่น แต่เพิ่งมาจำวัดที่นี่ไม่นาน โดยทั่วไปพระสุพจน์ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีความเครียด ก็ยังทำงานภายในวัดปกติ
เช้าวันนี้ไม่เห็นพระสุพจน์ออกจากห้องมาบิณฑบาต คิดว่าอาจจะไม่สบายหรือเป็นเพราะอากาศหนาว หลังจากพระภายในวัดกลับจากบิณฑบาต ก็ยังไม่เห็นพระสุพจน์ออกจากห้อง ซึ่งตอนนั้นพระภายในวัดได้ยืนคุยกันอยู่หน้ากุฏิหลายองค์
จึงให้พระอีกรูปไปดูและยังพูดติดตลกไปว่า “ไปดูหน่อย แข็งตายแล้วก็ไม่รู้” เมื่อพระลูกวัดไปเปิดประตูที่ก็พบว่าพระสุพจน์ผูกคอมรณภาพแล้ว จึงเรียกให้ผู้ใหญ่บ้านแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ
ด้านนางแววตา พี่สาวพระสุพจน์ อายุ 51 ปี ซึ่งมาดูศพภายในวัด กล่าวว่า คาดว่าสาเหตุที่พระสุพจน์ผูกคอมรณภาพอาจมีเพียงเรื่องเดียวคือพระสุพจน์ทราบข่าวว่าพี่สาวคนโต สร้างบ้านใหม่แล้วไล่แม่ออกจากบ้าน ซึ่งพระสุพจน์จึงน้อยใจพี่สาวมาก โดยเฉพาะหากพระสุพจน์จะสึกออกจากการเป็นพระมาก็จะไม่มีที่อยู่ การผูกคอของพระสุพจน์ ตนเชื่อว่าน่าจะเป็นการประท้วงให้พี่สาวดูแลแม่
