ราชบุรี ลดลงต่อเนื่องรุนแรง ราคาหมูหน้าฟาร์มร่วง เดือนเดียว 40 บาท รัฐไม่รีบแก้ เกษตรกรเจ๊งระนาว สถานการณ์ผันผวนไม่สอดคล้องกับตลาดสุกรที่เป็นจริง
26 ก.พ. 66 – จากรายงานข้อมูลสภาวะตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ พบว่า ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มได้มีการปรับลดราคาลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 19 ก.พ. 66 ที่ผ่านมา ราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 86 บาท ซึ่งมีลักษณะไม่สอดคล้องกับตลาดสุกรที่เป็นจริง

น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการตลาด คณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ หรือ Pig Board เปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพเลี้ยงสุกรมาแล้วกว่า 30 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่ราคาสุกรผันผวนอย่างน่าประหลาด มหัศจรรย์
ซึ่งหลังจากเทศกาลตรุษจีนเป็นต้นมา ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มได้ตกต่ำอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก โดยระยะเวลาเพียง 1 เดือน ราคาจากกิโลกรัมละ 104 บาท ลดลงเหลือกิโลกรัมละ 60 – 80 บาท ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นจากสาเหตุใด
หากวิเคราะห์กันทีละข้อ ก่อนหน้านี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF อย่างหนัก ทำให้เกษตรกรรายย่อยไปจนถึงขนาดกลางหลายรายต้องล้มเลิกกิจการ ส่งผลต่อกำลังการผลิตสุกรให้เพียงพอต่อผู้บริโภค
วัตถุดิบอาหารสัตว์มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ทำให้ปัจจุบันเกษตรกรมีต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท ปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อน จนนำมาซึ่งการกวาดล้างของเจ้าหน้าที่ แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่ได้มีผลต่อราคาในช่วงเวลานั้น
จากข้อมูลสถิติ E-movement ปัจจุบัน ประเทศไทยมีปริมาณสุกรที่เข้าสู่โรงชำแหละเดือนละประมาณ 1.5 ล้านตัว หรืออยู่วันละประมาณ 50,000 ตัว ซึ่งมีความสอดคล้องกับความต้องการบริโภค โดยช่วงเดือนมกราคมพบว่าสุกรที่เข้าสู่โรงชำแหละไม่ได้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้น แต่มีขนาดน้ำหนักตัวที่ใหญ่ขึ้น
ดังนั้น มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีการลักลอบนำเข้าทั้งแบบเนื้อสุกร และสุกรเป็นมีชีวิต รวมไปถึงลูกสุกรจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางชายแดนเข้ามาเลี้ยง หรืออาจมีตัวแทนการค้าหรือโบรคเกอร์บางกลุ่มกำลังเข้ามากดราคาสุกรให้ตกต่ำ เพราะมองว่ามีของเกิน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ “ใจร้ายสุดๆ ใจดำสุดๆ” สุดท้ายเกษตรกรรายย่อยและรายกลางจะตายกันหมด
ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ หรือ Pig Board ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อเปิดเวทีประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสุกรตกต่ำ ในวันอังคารที่ 28 ก.พ.66 โดยมีหัวข้อ ได้แก่ มาตรการปรามปรามหมูเถื่อน ที่อาจทำให้ปริมาณหมูที่ไม่มีคุณภาพราคาถูกเข้าสู่ตลาด, จัดระเบียบและขึ้นทะเบียนโบรคเกอร์ เพื่อสร้างความยุติธรรมทางการค้ากับทุกฝ่าย และเป็นการควบคุม ป้องกันโรคจากการขนส่งและควบคุมสุกรนําเข้าและส่งออกทั้งคุณภาพและปริมาณ, ส่งเสริมการส่งออกสุกรและเนื้อสุกรที่ได้มาตรฐาน และลดปริมาณสุกรส่วนเกินในอนาคต และสร้างเสถียรภาพตามราคาสุกรให้มั่นคง ยั่งยืนเหมือนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่
ตนอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ด้วยการฟื้นฟูเกษตรกรรายย่อยและรายกลางให้กลับคืนมาโดยเร็ว หากปล่อยปัญหาให้ยืดเยื้อ ประเทศไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรผู้เลี้ยงสุกรอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมอย่างแน่นอน