จากกรณีเด็กหญิงออมสิน อายุ 2 ขวบเศษ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี มีบาดแผลตามร่างกายหลายจุดคล้ายถูกทำร้าย มีร่องรอยแผลคล้ายเล็บข่วน ปากแตกมีแผล จากนั้นพ่อเด็กอายุ 25 ปี มาแจ้งความที่ สภ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เพื่อเอาผิดกับผู้ที่ทำร้ายน้องกระปุกออมสิน ดังข่าวที่ได้นำเสนอมาแล้ว

ที่สภ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี พ.ต.ท.เดโช กันหะ สว.(สอบสวน) สภ.ค่ายบางระจัน นำตัว นายกมล (ขอสงวนนามสกุล) ลุงของเด็ก และน.ส. รัตติกาล สุขประเสริฐ ชื่อเล่น แตง อายุ 42 ปี พี่เลี้ยงของเด็ก มาสอบปากคำ

นายกมลระบุว่าเป็นเพื่อนกับพ่อแม่ของเด็ก พ่อแม่เด็กนำเด็กมาทิ้งไว้ที่บ้านเมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2560 ปีที่แล้ว แต่ด้วยความที่นายกมลต้องดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จึงนำเด็กมาฝากกับนางสาวแตงเลี้ยง โดยจะมาส่งในตอนเช้า และรับเด็กกลับในตอนเย็น

นายกมลกล่าวว่า เด็กดูปกติดี จนวันที่เกิดเหตุตนไปรับเพื่อจะกลับบ้าน เด็กได้วิ่งมาหาตนแล้วพลาดล้มปากกระแทกกับพื้นจนเป็นแผล ส่วนวันที่เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ จ.สิงห์บุรี ไปที่พบเด็กที่บ้านของน.ส.แตง เห็นความผิดปกติของเด็ก และแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี

ขณะที่กำลังรอการรักษานั้นเด็กเกิดงอแงว่าหิวข้าว ตนกับน.ส.แตงไม่มีเงินติดตัวเลยพาเด็กกลับบ้านมากินข้าวแล้วเห็นว่าเด็กหลับเลยไม่ได้มาส่งที่โรงพยาบาลสิงห์บุรีอีก จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามตัวดังกล่าว และยืนยันว่า บาดแผลที่เกิดตามตัวของเด็กนั้นตนไม่รู้

ด้านน.ส.แตงให้ปากคำว่า นายกมลนำเด็กมาฝากเลี้ยงบอกว่าจะให้เดือนละ 6,000 บาท จึงตกลง ขณะดูแลอยู่ตนก็สงสารเด็กและสังเกตว่า เด็กมีพฤติกรรมชอบทำร้ายตัวเอง เวลาโกรธหรือกลัวก็จะตัวเกร็ง ชอบเอาเล็บไปข่วนหน้า ข่วนตามแขน เวลาโมโหก็จะดึงทึ้งผมตัวเอง ตนจึงคอยตัดเล็บให้เด็ก

น.ส.แตงยืนยันว่ารอยแผลเกิดมาก่อนที่จะนำมาให้ตนเลี้ยงแล้ว และก่อนหน้านี้ ตนเคยไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เรื่องพฤติกรรมว่าทำไมเด็กชอบทำร้ายตัวเอง

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กล่าวว่า ได้สืบพยานในที่เกิดเหตุให้การตรงกันว่า ไม่มีใครทำร้ายเด็ก แต่เด็กมีพฤติกรรมชอบดึงผม ข่วนหน้า ข่วนตัวตัวเอง ที่เหลือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบทางแพทย์เกี่ยวกับบาดแผลว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และจะสืบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน