เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีสองหนูน้อยชาวสตูลวัย 1 ขวบเศษ และวัย 9 เดือน ต้องเผชิญกับโรคร้ายตั้งแต่แรกเกิด อาศัยอยู่กับครอบครัวที่ยากจน ในป่ายางพาราห่างจากถนนใหญ่ 1 กิโลเมตร ที่บ้านเลขที่ 409 หมู่ที่ 10 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล โดยมีนายสราวุธ บูอีตำ อายุ 36 ปี เป็นพ่อ และนางกมลวรรณ แก้วสวัสดิ์ อายุ 23 ปี เป็นแม่ ภายในบ้านยังมีปู่และย่าที่มาช่วยดูแลหลานๆ ซึ่งอาศัยรวมกันทั้งหมด 8 คน แต่ทำงานได้เพียง 2 คน มีรายได้จากการรับจ้างกรีดยางพารา หาปลา และเก็บหมาก เลี้ยงคนในครอบครัว
นางกมลวรรณ เปิดเผยว่า ตนมีลูกคนโตที่เกิดกับสามีที่เลิกรากันไปแล้ว ลูกคนโตก็มีร่างกายปกติ แต่ต่อมาตนมีลูกสาวกับสามีคนปัจจุบัน ชื่อน้องน้ำหวาน หมอบอกว่าเลนส์แก้วตาข้างขวาแตก ผ่านไป 20 วัน เลนส์ตาข้างซ้ายก็แตกตาม ต่อมาอีก 27 วัน หมอตรวจพบว่าสมองมีโพรงน้ำผิดปกติ ต้องผ่าตัดใส่ท่อระบายจากสมองไปที่ท่อปัสสาวะ แล้วยังพบโรคแทรกซ้อนคือโรคหัวใจตีบ 60 เซนติเมตร กล้ามเนื้อแขนและขาอ่อนแรง โรคหอบหืด และภูมิแพ้ ปัจจุบันน้องน้ำหวานอายุ 1 ขวบ 9 เดือน ยังไม่สามารถนั่งหรือคลานเหมือนเด็กทั่วไปได้ ทั้งยังไม่รับประทานอาหาร ดื่มเพียงนมผง
นางกมลวรรณ กล่าวต่อว่า ขณะที่ลูกชายคนเล็ก อายุเพียง 9 เดือน ชื่อน้องเวียร์ เป็นโรคหัวใจตีบ โรคภูมิแพ้ และหอบหืด ต้องทานนมตามแพทย์สั่ง จึงจะช่วยบรรเทาอาการได้ ตกกระป๋องละ 380-400 บาท ดื่มได้คนเดียว แค่ 2 วัน ก็หมดแล้ว ซึ่งตนซื้อให้ลูกได้เพียงแค่ 7 กระป๋อง ต้องเลิกดื่มแล้ว เพราะสู้ราคาไม่ไหว ตนมีความหวังว่าอยากให้ลูกเดินหรือนั่งได้ แม้ดวงตาจะมองไม่เห็นแล้ว ตนยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นกับบุตรของตนเองทั้งสอง และไม่อยากให้มีโรคอะไรมาแทรกซ้อนไปมากกว่านี้อีกแล้ว
นางกมลวรรณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีทางพมจ.สตูล ได้เข้ามาช่วยเหลือเงินบ้าง และทาง กศน.ที่ควนกาหลง มาช่วยสอนเรื่องการนวดกล้ามเนื้อให้น้อง สิ่งที่ตนต้องประสบอีกเรื่อง คือการเดินทางไปพบหมอที่ร.พ.สงขลานครินทร์ จ.สงขลา เดือนละ 3-4 ครั้งตามแพทย์นัด ด้วยครอบครัวอยากจนก็ลำบากในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตอนนี้มีความต้องการรถเข็นแบบนอนให้น้อง เพราะน้องไม่ยอมนั่ง เดินทางไปก็ลำบาก เวลารอพบหมอต้องให้น้องนอนอยู่ตลอด ส่วนพื้นบ้านก็เป็นดิน แม้จะนำเสื่อมาปูทับ แต่ยังมีฝุ่น ทำให้น้องนอนเล่นกับพื้นไม่ได้ เพราะกลัวจะมีโรคอื่นมาแทรกซ้อน หากมีผู้ใจบุญก็อยากให้มาช่วยเทพื้นบ้าน เพราะทางครอบครัวหมดหนทางที่จะทำแล้ว
ด้านนางชิดชนก อินทรินทร์ ย่าของน้องน้ำหวาน กล่าวว่า ตนเห็นหลานแล้วสงสารจับใจ ตามองไม่เห็นแล้ว ยังมาเจอโรคร้ายอีก ได้แต่หวังอยากให้หลานเดินและนั่งได้ ส่วนเรื่องดวงตาคงหมดหวังแล้ว ตนก็ป่วยเป็นโรคความดัน ทำงานไม่ได้เหมือนกัน เลยมาช่วยลูกเลี้ยงดูหลานๆ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระได้ตามกำลัง
สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือน้องน้ำหวานและน้องเวียร์ สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่เบอร์นางกมลวรรณ โทร.09-7270-1506 หรือช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย 919-0-37808-3 ชื่อบัญชี น.ส.กมลวรรณ แก้วสวัสดิ์ สาขาควนกาหลง