ชาวเกาะสาหร่าย กว่า 500 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ขาดน้ำกินน้ำใช้ หลังฝนทิ้งช่วงนาน 3 เดือน วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.สตูล ฝนทิ้งช่วงยาวนานตั้งแต่เดือนมกราคม ทำให้หลายพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบเรื่องภัยแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่บ้านตันหยงกลิง ม.3 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง ชาวบ้านในพื้นที่กว่า 500 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นเกาะแก่งที่ตั้งอยู่กลางทะเล ทำให้ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ ประกอบกับสภาพพื้นที่บนเกาะมีแหล่งน้ำจืดน้อย เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งยาวนานชาวบ้านกว่า 1,500 คน ก็จะได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้

น.ส.กาญจนา สาดล ชาวบ้านเกาะสาหร่าย กล่าวว่า ปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งเป็นปัญหาหลักของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่อาชีพประมง กลับมาจากทะเลก็ต้องอาบน้ำ โดยภัยแล้งเริ่มกระทบกับชาวบ้านบนเกาะตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ชาวบ้านต้องขับรถไปซื้อน้ำจากเอกชนถังขนาด 200 ลิตรในราคา 60 บาท ครอบครัวที่เป็นครอบครัวใหญ่ต้องใช้น้ำในการอาบและใช้ในครัวเรือนประมาณ 5-7 ถัง ต่อวันคิดเป็นเงินวันละ 300-350 บาท แบบประหยัดสุดก็ตกวันละ 2 ถัง ครอบครัวเล็กก็ลดลงมา โดยเฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่าครอบครัวละ 200 บาทต่อวัน

ในส่วนของน้ำดื่มก็ต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดมาจากบนฝั่ง จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาเพราะชาวเกาะเดือดร้อนหนักจริง ๆ ทุกวันนี้ต้องใช้น้ำเค็มช่วยเช่นล้างจานก็ต้องใช้น้ำเค็มแล้วนำน้ำจืดมาราดผ่านน้ำสุดท้าย
ด้านนายฮาบีดีน แลหมัน สจ.เขต 9 เกาะสาหร่าย กล่าวว่า สำหรับภัยแล้งบนเกาะแห่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะสภาพพื้นที่ที่เป็นเกาะห่างไกลฝั่งชาวบ้านทำใจยอมรับ แม้ว่าจะมีการซื้อถังสำรองเก็บน้ำช่วงหน้าฝนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งแต่ก็ยังไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ต้องใช้น้ำที่เรียกว่าน้ำกะเทย น้ำกะเทยคือน้ำเค็มที่มีอยู่ในสระน้ำในหมู่บ้านที่เอามาผ่านเครื่องกลั่นทำให้น้ำจืด
เนื่องจากในพื้นที่ไม่สามารถขุดบ่อน้ำได้ เพราะหากขุดลึกลงไปก็จะกลายเป็นน้ำเค็ม ขุดลึกเกิน 2 เมตร ก็เค็มแล้ว ยิ่งช่วงหน้าแล้งน้ำในสระดังกล่าวก็จะยิ่งเค็ม ทำให้ลำบากต่อการกลั่น เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำฝนที่ลดน้อยลงทุกปีจึงทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนัก และหากฝนยังทิ้งช่วงแบบนี้ไม่เกินหนึ่งเดือนก็จะเข้าสู่ภาวะวิกฤต

ด้านการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ ขณะนี้ทาง อบจ.สตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการขุดสระขนาดใหญ่เพื่อเตรียมกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน คาดว่าคงจะแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เพราะหากในช่วงฤดูฝน มีฝนตกลงมาน้อยน้ำในสระก็ไม่เพียงพอเช่นกัน
จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา การขาดน้ำบนเกาะซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซากแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน หากปีไหนแล้งหนักชาวบ้านก็ต้องอยู่ในสภาพแร้นแค้นหนักทุกปี อย่างไรก็ตามในวันนี้มีผู้ใจบุญได้ส่งมอบน้ำดื่มจำนวน 600 โหล เพื่อนำไปแจกจ่ายบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านเบื้องต้น