แม่ขับเก๋ง พาลูกสาว 2 คนไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส เสียหลักพุ่งเสยท้าย6ล้อ จอดวางระบบไฟส่องสว่าง รถพังยับเยิน เสียชีวิตคาที่ ลูก ๆ บาดเจ็บสาหัส
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 เม.ย.2566 ร.ต.อ.ปราโมทย์ คงนันทะ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.มะขาม รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ บนถนนสาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว ขาเข้าเมือง บริเวณบ้านคลองฉายรอยต่อบ้านชำปาง บ้านหินลาด ม.8 ต.ปัถวี (ปัด-ถะ-หวี ) อ.มะขาม จ.จันทบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี

แม่ขับเก๋ง พาลูกสาว 2 คนไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส เสียหลักพุ่งเสยท้าย6ล้อ จอดวางระบบไฟส่องสว่าง รถพังยับเยิน
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน กก9072 จันทบุรี สภาพเสียหลักจอดอยู่บนไหล่ทาง หน้ารถหันกลับมาอีกทาง บริเวณหน้ารถมีร่องรอยการถูกเฉี่ยวชนพังเสียหาย หลังคารถฉีกขาดเปิดขึ้นมาทั้งแผ่น ภายในรถพบศพ นางบุญญาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นั่งคนขับ
นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 2 รายชื่อ น.ส.วงษ์ชนก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี และ น.ส.วิริญาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 16 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต สภาพได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลมะขามไปก่อนหน้าแล้ว ต่อมาทราบว่า น.ส.วิริญาพร ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีบาดแผลที่กะโหลกศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ถูกรีเฟอร์นำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า
ใกล้กันพบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 81-8852 สกลนคร ของบริษัทรับเหมาเอกชน จอดอยู่ในช่องจราจรฝั่งขวาติดกับเกาะกลางถนน โดยฝากระบะท้ายเปิดอยู่ สภาพมีร่องรอยถูกชนที่บริเวณท้ายรถ มีเศษชิ้นส่วนรถทั้งสองคันหล่นกระจายเกลื่อนพื้น
จากการสอบถาม นายวิสุทธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี สามีของผู้เสียชีวิตที่เดินทางมายังที่เกิดเหตุ หลังทราบข่าวร้าย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุนางบุญญาพรได้ขับรถเก๋งพาลูกสาวทั้งสองคนไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสของห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองจันทบุรี จนมาทราบข่าวร้ายว่าประสบอุบัติเหตุ ชนท้ายรถบรรทุกเสียชีวิต ส่วนลูกสาวอีก 2 คนบาดเจ็บ
ด้าน นายวิทย์ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี คนงานที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุรถบรรทุกคันดังกล่าว เป็นรถขนอุปกรณ์วางระบบไฟส่องสว่างของบริษัทรับเหมา ที่จอดอยู่บนถนนใกล้กับเกาะกลางถนน ทั้งนี้ ได้มีการนำกรวยสะท้อนแสงและเปิดสัญญาณวับวาบ ห่างจากจุดที่จอดรถไปประมาณ 50 เมตร
นายวิทย์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ตนพร้อมกับเพื่อนคนงานกำลังช่วยกันนำปูนปิดโคนเสาไฟ ได้ยินเสียงรถชนลากกรวยพลาสติกกับพื้นถนน ก่อนจะมีเสียงชนกระแทกดังสนั่น เมื่อหันกลับมาดู ก็พบรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถบรรทุกจนเสียหลักหมุนไปอยู่อีกฟากถนน ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม สาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของทางตำรวจ เบื้องต้นได้ตรวจสอบถ่ายภาพร่องรอยที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพยานแวดล้อมบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ เพื่อที่จะสรุปสาเหตุที่แท้จริง และดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป



