“วราวุธ” ประกาศความสำเร็จ ปลูกป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิต รับวันป่าชายเลนแห่งชาติ ดึงภาคประชาชนมีส่วนร่วม ก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่บ้านน้ำร้อน ม.3 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานจัด “งานวันป่าชายเลนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2566” ภายใต้คำขวัญ “ป่าชายเลนชุมชน คนดูแลป่า พัฒนาเศรษฐกิจ สร้างคาร์บอนเครดิต ลดวิกฤติโลกร้อน” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของป่าชายเลนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อเกิดประโยชน์แก่ทุกคนในชาติ

โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) รักษาราชการแทนอธิบดีทช. นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผวจ.กระบี่ ตลอดจนผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทส. ผู้ทรงคุณวุฒิ สมาชิกป่าชายเลนสำหรับชุมชนในพื้นที่ฝั่งอันดามัน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

นายวราวุธ กล่าวว่า จากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น เกิดแผ่นดินไหว ฝนตกน้ำท่วมฉับพลัน เหตุการณ์เช่นนี้ประเทศไทยได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ พร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ. 2065

ป่าชายเลน ถือว่าเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญ และยังสามารถเอื้ออำนวยประโยชน์อื่นๆ ให้กับประชาชอีกหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจและสังคม ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงจะสามารถเสริมสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน และส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“จากความสำเร็จที่ผ่านมา ทส. มุ่งมั่นในการเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน อาทิ โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจัดทำขึ้นร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) เพื่อให้ภาคเอกชนและชุมชนชายฝั่งเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกตามความสมัครใจ ปรับตัวสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ โดยตั้งเป้าหมาย 10 ปี 300,000 ไร่ (พ.ศ. 2565-2574)”

อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระราชดำรัสเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 34 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอนุรักษ์และดูแลป่าชายเลน ซึ่งทางครม.ก็ได้มีมติเห็นชอบให้วันนี้ 10 พ.ค. ของทุกปี เป็น “วันป่าชายเลนแห่งชาติ” ด้วย ดังนั้นตนหวังอย่างยิ่งว่าว่าพี่น้องประชาชนจะช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์และยั่งยืนเช่นนี้ ตลอดไป

นายจตุพร กล่าวว่า จากความร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมเพื่อปกป้อง คุ้มครอง อนุรักษ์ ฟื้นฟู และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้ป่าชายเลนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนไร่ อย่างไรก็ตามยังคงมีความท้าทายจากความต้องการใช้ที่ดินปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลน เมื่อปัญหาเกิดจากมนุษย์ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะร่วมแก้ไขปัญหาเหล่านี้ สำหรับปีนี้จะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะเครือข่ายชุมชนชายฝั่งและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานในท้องถิ่น ช่วยกันดูแลผืน

นายอภิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประเทศไทยมีผืนป่าชายเลนสมบูรณ์กว่า 1.73 ล้านไร่ ที่ควรได้รับการปกปักรักษาฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นฐานการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ภายใต้การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรฯ โดยทช. ได้ริเริ่ม “โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต” และ “โครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชน” โดยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนชายฝั่ง ในพื้นที่ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเล

การออกระเบียบในการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ 2 ระเบียบ คือ ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิต ที่ได้จากการปลูกและบำรุงป่าชายเลน สำหรับบุคคลภายนอก พ.ศ. 2565 จำนวน 14 ราย 41,031 ไร่ และระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิต ที่ได้จากการปลูกและบำรุงป่าชายเลน สำหรับชุมชน พ.ศ. 2565 จำนวน 16 ชุมชน 29,253 ไร่ และยังมีอีก 22 เนื้อที่ 33,597 ไร่ ที่อยู่ระหว่างขึ้นทะเบียนกับกรม ทช.

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 จวบจนปัจจุบัน กรมฯ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม “งานวันป่าชายเลนแห่งชาติ” มาโดยตลอด ต่อยอดในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าชายเลนในประเทศให้คงความสมบูรณ์ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับป่าชายเลน รองรับกับฐานเศรษฐกิจชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชมท้องถิ่นได้อย่างพอเพียง ตนขอฝากถึงพี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วน ช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์สามารถเอื้อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการมอบหนังสืออนุมัติโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตสำหรับชุมชน แก่ผู้แทนชุมชน 16 ชุมชน พิธีเปิดป้ายป่าชายเลนสำหรับชุมชน เนื้อที่ 894 ไร่ บ้านน้ำร้อน จ.กระบี่ ซึ่งถือเป็นการเปิดป่าชายเลนสำหรับชุมชนครั้งแรกของกรม ทช. นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมปลูกป่าชายเลนและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ อีกด้วย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน