โชเฟอร์รถตู้ โพสต์คลิป วิ่งรับนักท่องเที่ยว โดนมาเฟียเจ้าถิ่น บุกข่มขู่ ไม่ให้เข้าไปรับ บังคับผู้โดยสารลากกระเป๋า ไปรับข้างนอก

จากกรณีมีการแชร์คลิปวิดีโอ คนขับรถตู้มีการพูดคุยกับชาย 5-6 คน ซึ่งบอกว่าที่นี่มีคิวแท็กซี่พยายามพูดไม่ให้คนขับรถตู้รับลูกค้าชุดนี้ออกไป แต่ถ้าจะรับก็ให้ลูกค้าลากกระเป๋าออกไปด้านนอกท่าเรือ และรถตู้ต้องไปรอรับด้านนอกท่าเทียบเรือ หลังจากคนขับรถตู้เริ่มถ่ายวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือ ได้มีชายเสื้อดำเดินเข้ามาพูดว่า ตอนนี้ให้รับแล้ว คนขับรถตู้จึงตอบกลับไปว่า อย่ามาหลังกล้อง เมื่อกี้ยังให้ตนลากกระเป๋าออกไปข้างนอก

โชเฟอร์รถตู้ โพสต์คลิป วิ่งรับนักท่องเที่ยว โดนมาเฟียเจ้าถิ่น บุกข่มขู่ ไม่ให้เข้าไปรับ

โชเฟอร์รถตู้ โพสต์คลิป วิ่งรับนักท่องเที่ยว โดนมาเฟียเจ้าถิ่น บุกข่มขู่ ไม่ให้เข้าไปรับ

ซึ่งตามในคลิปจะเห็นได้ว่า นักท่องเที่ยวสาวมีอาการตกใจ และไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว ต่อมามีชายเสื้อดำอีกคนเดินมาบอกว่า ผมเป็นหัวหน้าคิวไม่ต้องฟังคนอื่นฟังผมคนเดียว บอกว่าให้รถตู้รับลูกค้าออกไปได้ พร้อมบอกให้รถตู้ใจเย็น ๆ” โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณท่าเทียบเรือรัษฎา ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ล่าสุดวันที่ 4 มิ.ย.2566 ผู้สื่อข่าวได้พบกับคนขับรถตู้ซึ่งอยู่ในคลิปดังกล่าว ทราบชื่อ นายอภิมุข (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี รถตู้ป้ายทะเบียนเหลือง ได้ให้คลิปวิดีโอกับผู้สื่อข่าวซึ่งคลิปแรกเป็นคลิปภายในรถ ที่จะเห็นว่านักท่องเที่ยวนั่งในรถตู้แล้วบางส่วน และอีกส่วนยังอยู่นอกรถ ส่วนอีกคลิปเป็นกล้องหน้ารถ ซึ่งจะได้ยินเสียงผู้ชายมาคุยกับนักท่องเที่ยวที่นั่งในรถ

นายอภิมุข กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตอนออกจากบ้าน แล้วเปิดแอปพลิเคชั่นในเมือง หลังจากนั้นมีออเดอร์เข้ามาให้รับจากท่าเรือรัษฎาไปที่ไสยวน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ตนจึงขับรถเข้าไปรับปกติ ก่อนหน้านี้ก็รับลูกค้าปกติผ่านแอปฯ หลังจากเดินไปจอดรถก็นำกระเป๋าลูกค้าขึ้นรถ ต่อมามีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาบอกว่า “น้องที่นี่เขาไม่ให้รับนะ รับไม่ได้”

นายอภิมุข กล่าวต่อว่า ตนก็เลยถามไปว่าท่าเรือเขาสั่งไว้เป็นคำสั่งท่าเรือใช่ไหมครับ เขาก็บอกว่า ใช่มันก็บอกว่า อ๋อได้ตนก็ยกกระเป๋าขึ้นรถปกติเพราะตนคิดว่าเขาคงปล่อยในครั้งนี้รอบหน้าค่อยว่ากัน แต่เขาบอกว่าไม่ใช่ ตอนนี้ให้ลูกค้าลากกระเป๋าออกไปเลยไปขึ้นด้านนอก หลังจากนั้นก็มีการโต้เถียงกัน ทางคิวแท็กซี่ก็เดินกันมาประมาณ 5-6 คน ซึ่งตนไม่แน่ใจเพราะตอนนั้นไม่ได้มองรอบข้าง

นายอภิมุข กล่าวอีกว่า ก็มีการท้าต่อยอะไรกันแต่ตนไม่อยากมีปัญหาอะไรพออยู่สักพัก พี่หัวหน้าคิวเดินมาห้าม และเดินมาพูดกับตนว่าให้พูดกับ เขาคนเดียว เพราะเขาเป็นหัวหน้าคิวที่นี่ วันหลังก็เข้ามารับได้ เขาก็ให้เบอร์โทรให้อะไรไว้ ตอนเกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวอยู่ในเหตุการณ์ 5 คน มีนั่งในรถ 2 คน ที่เหลืออยู่ตรงที่ตนกับแท็กซี่ยืนเถียงกัน เพราะกระเป๋ายังขึ้นไม่หมด ยังเหลืออีก ใบ 2 ใบ

นายอภิมุข กล่าวว่า ตอนท้าย ๆ ตนได้นำโทรศัพท์ออกมาถ่าย ตนอยากถามเขาว่าสรุปที่นี่เข้ามารับได้หรือไม่ได้ ตนจะได้นำไปให้เพื่อนดูและไปบอกกัน แต่มีหัวหน้าคิวออกมาห้ามพอดี แต่คนที่ว่าตนครั้งแรกกลับมาพูดอีกแบบหนึ่ง บอกว่ารับได้ซึ่งไม่ตรงกับครั้งแรกที่ว่าห้ามรับ ถ้าจะรับ ตอนนี้ให้ลากกระเป๋าออกไป รับที่ปากทางเท่านั้น รถก็ห้ามเข้ามา ตนก็พูดกับเขาว่าข้างหน้าท่าเรือมีรถส่วนบุคคลที่ไม่ได้จดรย.18 รอรับอยู่เต็มไปหมด แต่ทำไมไม่เข้าใจมาหาเรื่องรถป้ายเหลืองแบบตน

นายอภิมุข กล่าวด้วยว่า ที่ท่าเทียบเรือรัษฎาครั้งก่อน ๆ ที่ตนเข้าไปรับยังไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นที่อื่นเคยมีบางครั้ง 2 ครั้ง เคยมีการโต้เถียงกันลักษณะคล้าย ๆ กันคือไปรับนักท่องเที่ยวแต่เขาไม่ให้เข้าไปรับ เคยเจอมาสัก 3-4 ครั้งที่เถียงกันจัง ๆ อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจ บางทีแอปฯก็เข้ามารับเหมือนกัน รถของเราถูกต้องอย่าให้มีการทะเลาะเบาะแว้งกันต่อหน้าลูกค้า

นายอภิมุข กล่าวต่อว่า คือเหตุการณ์นี้ถ้าเขาปล่อยผ่านไปก่อนหรือเขามาบอกแล้วก็เดินกลับไป ไม่ให้ลูกค้าเดินลากกระเป๋าออกไป ปล่อยตนออกไปก่อนค่อยว่ากันวันหลัง นักท่องเที่ยวก็จะได้ไม่เห็นภาพลักษณะแบบนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้แล้ว ตนก็บอกนักท่องเที่ยวว่าขอโทษ ซึ่งตนภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวก็โอเคเข้าใจตน ตนไปส่งนักท่องเที่ยวถึงที่หมายปกติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน