หนุ่ม โดนโกงค่าแรง หลังจากไปรับจ้างตัดอ้อยที่ปากช่อง ตัดสินใจเอาเงิน 200 บาท ขึ้นรถกลับถึงบุรีรัมย์ แต่เงินหมดไปต่อไม่ได้ ตัดสินเดินเท้า 60 กม.กลับบ้าน

วันที่ 5 มิ.ย.2566 พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.บ้านด่าน ได้รับรายงานจาก ร.ต.อ สมพร นาดี รองสารวัตร(จราจร) สภ.บ้านด่าน ว่ามีบุคคลต้องสงสัย เป็นชายเดินเท้าอยู่ริมถนนก่อนถึงตัว อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ จึงสั่งการให้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บ้านด่าน

หนุ่ม โดนโกงค่าแรง หลังจากไปรับจ้างตัดอ้อยที่ปากช่อง ตัดสินใจเอาเงิน 200 บาท ขึ้นรถกลับถึงบุรีรัมย์

หนุ่ม โดนโกงค่าแรง หลังจากไปรับจ้างตัดอ้อยที่ปากช่อง ตัดสินใจเอาเงิน 200 บาท ขึ้นรถกลับถึงบุรีรัมย์

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบชื่อ นายภูสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาว ต.กระสัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ สภาพอยู่ในอาการอ่อนเพลีย แจ้งกับตำรวจว่า ไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่ตอนเช้าของวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ซื้ออาหารมาให้แต่กินไม่ได้เพราะยังอ่อนเพลีย

สอบถามทราบว่า เมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา นายภูสิทธิ์ เดินทางไปทำงานรับจ้างตัดอ้อย ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีเงินติดตัวไป 800 บาท เมื่อไปถึงได้ทำงานตามปกติ แต่ปรากฏว่านายจ้างไม่จ่ายเงินค่าตัดอ้อย ซึ่งตกลงกันเหมาเป็นมัด พยายามอดมื้อกินมื้อเพื่อรอเงินออกตามที่ตกลงกันสัปดาห์ละครั้ง

สอบถามทราบต่อว่า เวลาผ่านไปดูแล้วไม่มีแววที่จะได้เงิน จึงตัดสินใจเอาเงิน 200 บาทที่เหลือขึ้นรถตู้จาก อ.ปากช่อง มาลงที่สถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถจะไปต่อได้ เพราะไม่มีเงินเหลือ และไม่ได้กินข้าว จึงเดินเท้าจากสถานีขนส่ง มุ่งหน้าบ้านที่ อ.สตึก ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร คาดว่าจะไปถึงตอนเช้า แต่ตำรวจมาเจอก่อน

ต่อมาตำรวจ สภ.บ้านด่าน ได้ประสานไปหาผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองหญ้าคา เพื่อให้ติดต่อญาติมารับ ในเวลาต่อมา นางปรวง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี แม่ของนายภูสิทธิ์ ได้เหมารถกระบะในหมู่บ้านมารับ เจ้าตัวถึงกับเข้ากราบแม่ด้วยความดีใจและรอดชีวิตมาได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน