เปิดใจแม่ทั้งน้ำตา หลังลูกชายวัย 13 ปี ป่วยทางจิต อาละวาทปาของใส่รถเพื่อนบ้าน ขณะที่ พม. ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ วอนคนอย่าไปยั่วยุเด็ก

จากกรณีเด็กวัย 13 ปี มีความผิดปกติทางจิต ก่อเหตุอาละวาทปาของใส่รถเพื่อนบ้าน ไม่กลัวใคร เพราะรู้ว่าเป็นเยาวชน เกิดเหตุในบ้านเอื้ออาทร ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จนชาวบ้านวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล และพาไปรักษา ก่อนที่จะมีเหตุรุนแรงมากกว่านี้

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2566 น.ส.สิริณัฏฐ์ อินทะนิล นักพัฒนาสังคมชำนาญพิเศษ หัวหน้ากลุ่มนโยบายและวิชาการ พม.จ.สมุทรสงคราม ได้นำเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าพบนางภัทรวรรณ ฮงสกุล อายุ 53 ปี แม่ของเด็กวัย 13 ปีที่ก่อเหตุ เพื่อสมถามข้อมูลเพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือ

อ่านข่าว ชาวบ้านผวา เด็กป่วยจิต อาละวาด ไม่กลัวใคร เพราะรู้ว่าเป็นเยาวชน

น.ส.สิริณัฏฐ์ กล่าวว่า ประชาชนแจ้งไปที่สายด่วน 1300 จึงลงพื้นที่มาติดตามปัญหาซึ่งทราบว่าน้องอาศัยกับแม่ 2 คน เป็นผู้ป่วยทางจิต ได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางมาตั้งแต่เล็ก มีอาชีพทำปลาแดดเดียวขายตามตลาดนัดรายได้วัละ 200 บาท เบื้องต้นจะช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ไม่เกิน 3,000 บาท และพรุ่งนี้จะพาน้องไปพบแพทย์เพื่อประเมินว่าพิการทางสติปัญญาหรือไม่

ถ้าเข้าข่ายก็สามารถลงทะเบียนผู้พิการ และจะได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการทุกเดือน และแม่จะได้ทุนกู้ยืมผู้พิการเพื่อมาทำมาหากิน แต่หากไม่เข้าข่ายผู้พิการ ต้องหาทางช่วยเหลือ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางจิต ซึ่งมีแต่ขึ้นอยู่ว่าแม่จะยินยอมหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเปราะบาง ต้องทำความเข้าใจและใช้เวลาช่วยเหลือเยียวยา

ด้านนางภัทร เปิดใจทั้งนำตา ยอมรับว่าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรกับลูกดี ไม่รู้จะไปไหน ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ยึดอาชีพทำปลาเค็มขายตลาดนัด เพื่อเลี้ยงลูกตามลำพัง รายได้ก็ไม่ค่อยพอใช้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ค่าบ้าน หนี้สินก็ตามมาอีก ลูกมีอาการป่วยทางจิตเวช ควบคุมตัวเองไม่ได้ เวลาทะเลาะกับแม้จะคลุ้มคลั่ง อาละวาทและจะวิ่งออกมาข้างนอก ซึ่งตนก็รักษากับแพทย์จิตเวชมาตั้งแต่เด็ก

หมอบอกกำลังบำบัดรักษาให้ยามา ไม่นานก็หายจึงจะสามารถอยู่กับคนทั่วไปได้ เข้าสังคมได้ ตนก็ให้ทานยาตามที่หมอสั่งตลอด แต่ต้องระวังอย่ามีใครไปกระตุ้นอารมณ์ แต่ประเด็นคือคนไม่รู้ก็ไปกระตุ้นให้ลูกโมโห อีกฝ่ายก็มายั่วอารมณ์ ต่างฝ่ายต่างเอาชนะ ก็ยิ่งโมโหแรงขึ้นจึงวิ่งไปทุบรถ ซึ่งตนพยายามห้ามหลายครั้งแล้ว ไม่เคยปล่อยปละละเลย เวลาทะเลาะกับตน ตนจะนิ่งพยายามเข้าใจ จนเขานิ่งรู้สึกผิดและสงบไปเอง

ที่ผ่านมาเคยพาน้องไปอยู่โรงเรียนบำบัดรักษาอยู่ได้ 3 วัน ครูก็โทรบอกให้ตนไปรับกลับ เพราะกลัวรับผิดชอบไม่ไหว ซึ่งหากต้องพาไปบำบัดจริง ๆ ก็ยอม แต่ถ้ายังไม่ถึงขึ้นนั้นก็คงต้องอยู่แบบนี้ แต่ยอมรับว่าอยากให้พาลูกไปปรับพฤติกรรม ซึ่งตนกังวลว่าถ้าโตขึ้นจะรุนแรงมากกว่านี้ แต่ปกติก็ไปเล่นกับเพื่อน ๆ ได้ และผู้ใหญ่ที่รู้จักก็ไม่เคยมีปัญหา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหมอบอกว่าตอนนี้อยู่ระหว่างบำบัด ไม่ต้องไปไหน ดังนั้นหากลูกชายทะเลาะกับตนก็ขอให้คนอื่นอย่ามาวุ่นวาย อย่ามากระตุ้นเขา จะทำอะไรก็ปล่อยไปเดี๋ยวก็ดีเอง หากทรัพย์สินได้รับความเสียหายจะเรียกเท่าไหร่ก็เรียกมา ตนก็ไม่ว่า เพราะลูกเราทำจริง ๆ

ด้านน.ส.อุบล จันทร์คง อายุ 58 ปี อสม. ม.4 กล่าวว่า ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ลูกชายจะเกิดปัญหากับแม่เขาเอง ซึ่งแม่เขาก็พยายามรักษา สังคมรอบข้างก็ต้องเข้าใจว่า เด็กที่มีอารมณ์แบบนี้ไม่ควรไปยั่วยุ ส่วนตัวสงสารแม่ที่มีภาระที่ต้องดูแลลูกที่มีอาการแบบนี้ ความเครียดแม่สูงมาก จะมาปรึกษาตนตลอด เพื่อช่วยหาทางออก

ตนอยากให้เข้าใจเด็กเข้าใจแม่จะได้อยู่ร่วมกันได้ในสังคม โดยบ้านที่มาอยู่ใหม่เพิ่งมาอยู่ได้ 2-3 ปี คงยังไม่ได้ปรับตัวเข้าหากันจึงไม่เข้าใจกัน อยากให้เข้าใจกันจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นเรารู้สาเหตุว่าเด็กมีอารมณ์รุนแรง แต่ก็อยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกมาข้างนอก เพื่อนบ้านก็อย่าไปตะโกนโวยวายยั่วยุ ก็จะทำให้สลบลงได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน