ประธานองค์กรรักษ์วัดบางคลาน ให้ปากคำตำรวจ จี้เอาผิดเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร แต่งกายเลียนแบบสงฆ์ พร้อมมอบหลักฐานเด็ด แชทสาวคนสนิท
วันที่ 21 มิ.ย.2566 น.ส.สุภา อยู่ยืด อายุ 52 ปี ประธานองค์กรชุมชนรักษ์วัดหิรัญญารามหรือวัดบางคลาน ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองพิจิตร เข้าพบ พ.ต.ท.วิชัย นิลสิงห์ สว.(สอบสวน) เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมแจ้งความร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับ นายวิรัตน์ วะสะศิริ หรือพระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจ.พิจิตร โดยกล่าวหาว่าแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 208 ขาดความเป็นพระแล้ว ตั้งแต่ปี 2551 ของพระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และเจ้าอาวาสพระอารามหลวงแห่งหนึ่ง โดยเสพเมถุนเป็นอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ ตั้งแต่ปี 2551 โดยมีบุตร 2 คนกับสีกา 2 คนในปี 2551 และปี 2562
โดยน.ส.สุภา ได้มอบหลักฐานเพิ่มเติมต่างๆรวมถึงภาพพระผู้ใหญ่ระดับจังหวัดที่วิดีโอคอลแชทกับสาวคนสนิทให้กับตำรวจ
นอกจากนี้พนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำพยานบุคคลสำคัญที่ทางประธานองค์กรชุมชนรักษ์วัดบางคลานอ้างอิงเป็นพยาน ได้แก่ นายสมศักดิ์ สะมะโน อดีต ผอ.สนง.พระพุทธศาสนา จ.พิจิตร ขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผอ.สนง.พระพุทธศาสนา จ.พิจิตร
น.ส.สุภา กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนเรียกสอบปากคำเพิ่มเติมจากเอกสารหลักฐานที่ได้นำมาแจ้งและตนได้มอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้กับพนักงานสอบสวนรวมถึงภาพพระผู้ใหญ่ระดับจังหวัดที่วิดีโอคอลล์แชทกับสาวคนสนิทให้กับตำรวจเพื่อใช้ดำเนินคดีกับเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ที่มีพฤติกรรมที่ขาดจากความเป็นพระไปแล้วตั้งปี 51 ยุ่งเกี่ยวกับสีกา 2 คนและมีบุตร 2 คน ทำให้ทางองค์กรฯ มาแจ้งความข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ และจะขอดำเนินคดีถึงที่สุดเพื่อไม่ให้มัวหมองกับศาสนาพุทธ
นอกจากนี้ปัญหาของวัดบางคลานก็มาจากการแต่งตั้งของบุคคลผู้นี้ ที่ขาดจากความเป็น พระไปแล้วได้ดำเนินการแต่งตั้งพระครูพิสุทธิวรากร เป็นเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม โดยปฏิบัติตามหนังสือจังหวัดพิจิตร มีเจ้าคณะตำบลท่านั่ง-บางคลาน มาคอยกำกับ กดดันเจ้าคณะอำเภอโพทะเล ลงนามในหนังสือรายงานการประชุม ทั้งๆที่ไม่ได้ประชุมจริง เสนอแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดบางคลาน และแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 10 มี.ค.2566 โดยชาวบ้านในตำบลบางคลานไม่มีใครทราบเรื่องและชาวบ้านในตำบลบางคลานไม่ยอมรับการแต่งตั้งพระครูพิสุทธิวรากร เป็นเจ้าอาวาส ขอให้เปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสแล้ว
ด้านนายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า วันนี้มาในฐานะพยาน ขณะที่ดำรงตำแหน่ง ผอ.สนง.พระพุทธศาสนา จ.พิจิตร ก่อนหน้าได้มีหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร โดยมีการร้องเรียนไปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อปี 2559 หลายเรื่องได้แก่เรื่องใช้เงินซื้อขายตำแหน่ง การไม่ทำวัตรสวดมนต์ ไม่บิณฑบาต ใช้ของหรูหราฟุ่มเฟือย เสพเมถุนกับสีกาและการฉ้อโกงทรัพย์สินของวัด
ซึ่งพระสุธีรัตนาภรณ์ วัดสุทัศนเทพวรารามเลขานุการเจ้าคณะภาค 4 แจ้งว่าเจ้าคณะภาค 4 (สมัยดังกล่าว) ได้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าคณะจังหวัดพิจิตรชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว มีหนังสือลงวันที่ 28 ก.ย. 2559 ยืนยันลงนามโดยนางประนอม คงพิกุล ปฏิบัติราชการแทน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อนายสมศักดิ์ มารับตำแหน่ง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 ได้ทำหนังสือทวงถามขอทราบผลความคืบหน้าไปถึงเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรเพราะเรื่องยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น
เมื่อนายสมศักดิ์ ติดตามเรื่องดังกล่าวทำให้พระผู้ใหญ่ที่ถูกร้องเรียนไม่พอใจ เพราะมีการอุบเรื่องเงียบ เพื่อช่วยเหลือกัน ทำให้ นายสมศักดิ์ ถูกกลั่นแกล้งย้ายออกจาก จ.พิจิตรไป จ.กาญจนบุรี