พ่อค้าปลาหมึกบด แฉ ส่วยสติ๊กเกอร์ ต่อเดือนต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่ 8-9 หน่วยงาน ตกเดือนละเกือบ 6,000 บาท เผย โคตรเหนื่อยเลย ต้องยอมจ่าย ไม่งั้นอยู่ไม่ได้
วันที่ 22 มิ.ย.2566 ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปวิดีโอจากชาวบ้านที่ไปนั่งรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี เป็นภาพชายชาวเวียดนาม ขายปลาหมึกบด โดยรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง กำลังขายปลาหมึกบดและพูดคุยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ามาขายเป็นพ่อค้าปลาหมึกในประเทศไทยเกี่ยวกับส่วยสติ๊กเกอร์ ว่า ตนเพิ่งมาประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าขายปลาหมึกบดได้ประมาณ 1 ปี โดยตนต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เพื่อแลกกับสติ๊กเกอร์รูปเป็ดกับไก่เพื่อใช้แสดงตัวตนว่าได้จ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการคุ้มครองดูแลประกอบอาชีพโดยไม่ถูกจับกุม

พ่อค้าปลาหมึกบด แฉ ส่วยสติ๊กเกอร์ ต่อเดือนต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่ 8-9 หน่วยงาน ตกเดือนละเกือบ 6,000 บาท
พ่อค้าปลาหมึกบด กล่าวว่า ตนจ่ายเงินค่าสติ๊กเกอร์มาแล้ว 7-8 เดือน ตอนแรก ๆ ที่มาตนก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่หน่วยไหนเป็นใครบ้าง ซึ่งตนก็พร้อมยินดีที่จะจ่ายเงินในจุดนี้เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุม ทำให้ทุกวันนี้ตนต้องขายปลาหมึกบดให้มีรายได้อย่างน้อยวันละประมาณ 1,000 บาท ถ้าขายไม่ได้ก็ตาย เพราะในแต่ละเดือนต้องจ่ายให้หน่วยงาน 8-9 หน่วยตกเดือนละเกือบ 6,000 บาทแล้ว ถ้าหน่วยไหนมาจับเป็นครั้งแรกก็จะมีค่าน้ำส่วนต่างเพิ่มอีก แล้วแต่ที่เขาจะเรียกเอา หรือมีเท่าไหร่เขาก็เอา
พ่อค้าปลาหมึกบด กล่าวต่อว่า บางทีก็ 3,000-4,000 บาทแล้วแต่ว่าเป็นหน่วยไหน หลังจากนั้นก็จะต้องจ่ายรายเดือนให้เขาอีก ตกเดือนละประมาณ 500 บาท ตนจ่ายแบบนี้มา 7-8 เดือนแล้ว เพราะตอนแรก ๆ ที่มาตนก็ไม่รู้ว่าหน่วยไหนเป็นหน่วยไหนบ้าง ก็ต้องให้เขาจับไปก่อนถึงจะรู้ ตอนนี้ตนมีสติ๊กเกอร์ทั้งหมด 5 ใบแล้ว แต่วันนี้พกมาแค่ 2 ใบ บางหน่วยที่จ่ายเงินไปแล้วเขายังไม่ให้สติ๊กเกอร์มาก็มี หน่วยที่จ่ายก็มี 2-3 หน่วยงานเป็นของตำรวจ และที่เหลือจำไม่ได้ว่าชื่ออะไรบ้างมันเยอะ
“ทุกวันนี้ผมต้องขายจนถึงเวลา 02.00-03.00 น. รู้สึกโคตรเหนื่อยเลย บางวันที่ขายไม่ดีก็จะทำให้ได้กำไรน้อย การขายปลาหมึกต้นทุนมันสูง ซื้อมา 1,000 บาท ขายได้กำไร 300 บาทเอง หักค่ากินข้าวค่าน้ำก็เหลือไม่เท่าไหร่ ทุกวันนี้เหมือนโดนบังคับเพราะถ้าไม่จ่ายเขาก็จับผม และจะถูกปรับเป็นเงินเยอะ ผมจึงต้องยอมจ่าย ไม่งั้นก็อยู่ไม่ได้” พ่อค้าปลาหมึกบด กล่าว
พ่อค้าปลาหมึกบด กล่าวว่า ตนมาอาศัยอยู่กับแฟน 2 คนที่ประเทศไทย ต้องทำงานหาเงินส่งให้แม่ของตนเพื่อเลี้ยงดูลูกตนอีก 2 คนที่อยู่ทางโน้น เท่ากับตนต้องหาเงินเลี้ยงคน 5 คน บางทีแฟนก็ทำงานได้เงินมาบ้าง ทำให้ในแต่ละเดือนตนต้องหาเงินให้ได้ 20,000 กว่าบาท ถ้าน้อยกว่านี้ตนจะอยู่ไม่ได้ เพราะต้องจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ และค่าไฟ ค่าตำรวจอีก ซึ่งตนกับเพื่อนอีก 3 คนที่สนิทกันทำอาชีพขายปลาหมึกแบบนี้ ก็ต้องจ่ายเงินซื้อสติ๊กเกอร์คุ้มครองเหมือนกัน
พ่อค้าปลาหมึกบด กล่าวต่อว่า โดยพวกตนก็จะตระเวนขายปลาหมึกบดแถวบางใหญ่ บางบัวทองเท่านั้น ไม่ออกนอกพื้นที่เพราะถ้าออกไปนอกพื้นที่แล้วไปเจอตำรวจหน่วยอื่นอีก ก็จะซวยต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก ทุกวันนี้ไม่ไหวก็ต้องไหว เพราะชีวิตมันต้องสู้ ที่ต้องอดทนมาขายของที่นี่เพราะที่ประเทศตนตอนกลางคืนจะไม่มีคนออกมากินอาหาร ดื่มเหล้าได้ดึกแบบนี้ และร้านคาราโอเกะที่บ้านตนเขาก็ไม่ให้พวกตนเข้าไปขาย
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังแจ้งว่า มีพ่อค้าที่เป็นพวกแขกเร่ขายถั่ว ซึ่งก็พบว่ามีสติ๊กเกอร์รูปเสือโคร่งและสติ๊กเกอร์รูปเสือดำแปะไว้หลังโทรศัพท์มือถืออีก 2 ใบเช่นกัน โดยแขกขายถั่วแจ้งว่าต้องจ่ายเงิน one thousand Bath ต่อหนึ่งหน่วยงานหนึ่งสติ๊กเกอร์ กรณีแบบนี้หมายความว่าชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย อาจเข้ามาแบบผิดกฎหมาย หรือมาประกอบอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต จะถูกเรียกเก็บเงินที่เรียกว่าส่วยแลกกับการประกอบอาชีพในประเทศไทยได้ แลกกับการประกอบอาชีพเพื่อหาเงินไปเลี้ยงดูครอบครัวที่ประเทศเวียดนาม
