นครราชสีมา ไข้หวัดใหญ่ระบาด 8 สัปดาห์ ป่วยสะสม 782 ราย โคราชนำโด่งป่วยมากสุด 243 ราย ย้ำทุกครอบครัวเฝ้าระวัง ผู้สูงอายุ อัตราป่วยน้อย แต่เสี่ยง ตายสูง

29 มิ.ย. 66 – กลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา รายงานสถานการณ์ทางระบาดวิทยา โรคไข้หวัดใหญ่ ปี 2566 สัปดาห์ที่ 25 ว่า

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 มิถุนายน 2566 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 57,019 ราย ในขณะที่สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ เขตสุขภาพที่ 9 วันที่ 1 มกราคม – 17 มิถุนายน 2566 มีผู้ป่วยสะสม 4,991 ราย

เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ปี พ.ศ. 2566 กับค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง (พ.ศ. 2561- 2565) พบความผิดปกติของการเกิดโรค เนื่องจากมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเมื่อดูสถานการณ์การระบาดของโรคฯ ในเขตสุขภาพที่ 9 ช่วง 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือสัปดาห์ที่ 17– 24 ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2566 – 17 มิถุนายน 2566 มีผู้ป่วยสะสม 782 ราย

เมื่อแยกเป็นรายจังหวัด พบว่า จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสมมากสุด 243 ราย รองลงมาคือ จ.ชัยภูมิ 199 ราย ,จ.สุรินทร์ 185 ราย และ จ.บุรีรัมย์ 155 ราย โดยกลุ่มอายุ 0-4 ปี จะป่วยมากสุด รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 5-9 ปี และกลุ่มอายุ 10-14 ปี ตามลำดับ

ทั้งนี้ โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่มีวิธีการป้องกันและวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่จะต้องเฝ้าระวัง ซึ่ง นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา (สคร.9) เน้นย้ำว่า ประชาชนทุกครัวเรือนต้องช่วยกันเฝ้าระวังป้องกันโรค โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุจะต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีอัตราการป่วยต่ำ แต่มีอัตราป่วยตายสูง

ยิ่งถ้าเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และถ้ายังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ จะมีความเสี่ยงสูง ส่วนผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยทั่วไปที่มีอาการคล้ายกับป่วยไข้หวัดใหญ่ หรือมีอาการ ILI (Influenza-Like Illness) จะต้องเข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ด้วย Rapid test และให้ยา Oseltamivir

ในขณะที่สถานที่ที่มีคนอยู่หนาแน่นและพักค้าง เช่น ในเรือนจำ ค่ายทหาร โรงเรียน หรือสถานที่ที่มีการเข้าค่ายพักแรม ควรมีการคัดกรองผู้ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และหากพบผู้ป่วยต้องมีการแยกผู้ป่วยทันที

โดยผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ทุกรายจะต้องดำเนินการสอบสวนโรคเฉพาะรายด้วย และค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในพื้นที่ ถ้าผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่มีการเสียชีวิตจะต้องมีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันเชื้อก่อโรคทุกราย รวมทั้ง Rapid test ด้วย เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมเชื้อโรคไม่ให้แพร่ระบาดเป็นวงกว้าง

นายแพทย์ทวีชัยฯ กล่าวอีกว่า ในช่วงหน้าฝนนี้ หลายพื้นที่จะมีสภาพอากาศแปรปรวนและมีพายุฝนฟ้าคะนอง ประชาชนจะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษไม่ให้เจ็บป่วย และขอแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป, เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปีทุกคน , ผู้มีโรคเรื้อรัง

เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมไปถึงผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ ผู้ที่เป็นโรคอ้วน และผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ควรรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่โดยเร็ว เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและเสียชีวิต

ซึ่งนอกจากการรับวัคซีนป้องกันโรคแล้ว ประชาชนต้องป้องกันตนเอง โดยใช้มาตรการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่ ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง หากป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ควรใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัส หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย

และเมื่อมีอาการป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด แม้จะมีอาการไม่มากแต่ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน