มาอีกแล้ว! ฤาษีพุทธจรัล บอก ‘พิธา’ เหมือนทศกัณฐ์ ที่ไม่ฟังใคร แพ้ไม่เป็น ชี้ ‘ป้อม’ ไม่เหมาะนายกฯ ให้ดูจากท่าเดิน แล้วจะปกครองประเทศยังไง
วันที่ 14 ก.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ ปู่ฤาษีพุทธจรัล พุทธจรัล เห็นว่าท่านเชียร์และให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด และยังมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้ว ในเรื่องนี้ ฤาษีพุทธจรัล ได้ให้ความเห็นว่า ตนยังคิดว่าจิตสำนึกของคนไทยส่วนรวมยังนิยมชมชอบชื่นชมท่านอยู่ เพราะท่านเข้ามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ยึดสถานบันอยู่ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง
และประวัติท่านก็ไม่มีเรื่องฉ้อโกง นี่คือเหตุผลที่แผ่นดินสยามจะต้องคารวะท่านและคนไทยส่วนมากก็ชื่นชมท่านในลักษณะนั้น เพราะฉนั้นการที่ท่านออกจากเวทีการเมืองก็จะเห็นได้ว่าเวทีการเมืองมีการแต่ความโต้แย้งมืดมน ชิงดี ชิงเด่น ท่านก็ไม่ควรที่จะอยู่ตรงนั้น หากท่านจะไปอยู่ตรงนั้นก็ต้องเป็นเวทีที่สะอาดกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองเป็นแผนอะไรบางอย่างหรือไม่ ฤาษีพุทธจรัล ตอบว่า ทุกอย่างมันมีแผนอยู่ตลอดจะเป็นแผนของคน แผนของกิเลสหรือแผนของธรรม หรือแผนของแผ่นดิน อันนั้นต่างหากที่นักวิชาการ นักวิเคราะห์มองไม่ออก หากเป็นแผนของแผ่นดินเป็นแผนที่สังเคาระห์ ไม่ใช่วิเคราะห์ พล.อ.ประยุทธ์ ทำตามแผนแผ่นดิน ไม่ใช่แผนของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่แผนของระบบด้วย
เขาถึงไม่สามารถยอมรับแนวคิดทางตะวันตก แบบ นายพิธา ได้ มันคิดตรงข้ามกับ นายพิธา นำแนวคิดทางตะวันตกเหมือนอดีต นายกฯทักษิณ ก็เช่นกัน เอาแนวคิดตะวันตกมาเป็นบริบทเพื่อให้บ้านเมืองเจริญทางวัตถุ ตามชีวิตที่ดีตามที่ท่านฝันไว้ แต่ประเทศไทยมันอายุยืนยาว คุณภาพชีวิตไม่เกี่ยวกับวัตถุเลย เกี่ยวกับน้ำใจ พรหมวิหารสี่ต้องมาก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มอง นายพิธา มีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะขึ้นมาบริหารประเทศ ฤาษีพุทธจรัล ตอบว่า นายพิธา เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ แบบประเทศสิงคโปร์จะเหมาะสม แต่ไม่ใช่ประเทศไทย ประเทศไทยคนไทยเกือบ 70 ล้านคน เกิดมาด้วยหัวใจที่เบิกบานอยู่กับญาติพี่น้องอยู่กับครอบครัวเป็นชีวิตที่มีครอบครัวเป็นชีวิตที่มีหัวใจ แต่ นายพิธา มีชีวิตแบบเหตุและผลคิดแบบตะวันตก
เหตุผลอย่างเดียว หัวใจต้องไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ดังนั้นเขาไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำของคนไทยทั้งประเทศ เขาอาจจะเหมาะสำหรับเด็กวัยรุ่นส่วนหนึ่ง แต่คนไทยทั้งประเทศยังไม่สามารถยอมรับเขาได้ ตนเห็นว่าเขายังไม่มีโอกาสตราบใดที่เขายังคิดแบบนี้อยู่เขาไม่มีโอกาส
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้างหน้าพอจะมีทางออกหรือไม่ ฤาษีพุทธจรัล ตอบว่าต้องยอมรับความรู้สึกของแผ่นดิน นั้นก็คือต้องยอมรับความรู้สึกของคนทั้งประเทศส่วนมากว่า เขาต้องการอยู่อย่างไร เขามองโลกอย่างไรและก็ต้องฟังเขา นายพิธา เปรียบเหมือนทศกัณฐ์ ที่ในชีวิตมีสองมิติ ก็คือมิติหนึ่งสร้างสรรค์และอีกมิติหนึ่งคือทำลาย ในประวัติของ “รามเกียรติ์” สร้างสรรค์คือพระราม ทำลายคือทศกัณฐ์ ก็คิดดูว่าคนที่มาทำให้คนแตกแยกกัน เอารัดเอาเปรียนกับและแย่งชิงกันเป็นใคร
ซึ่งตัว นายพิธา ออกในรูปแบบไหนคนก็รู้เพราะเขาเป็นคนไม่ยอมแพ้ การที่ไม่ยอมแพ้นั่นแหละอสูร เพราะต้องเอาประเทศมาก่อนแพ้เป็นพระชนะเป็นมาร นายพิธา ไม่มีตัวนี้แล้วเขาจะเป็นผู้นำได้อย่างไร ดังนั้นที่ว่า นายพิธา ทำตัวเหมือนทศกัณฐ์ ที่คิดว่าตัวเองทำอะไรก็ได้ ตัวเองฉลาดเป็นคนมีไหวพริบดี ดังนั้นเขาก็เหมือนทศกัณฐ์ที่ไม่เกรงกลัวใครเลยและไม่ฟังใครเลยอยากจะเปลี่ยนกฎหมายก็เปลี่ยนได้ เห็นว่าตอนนี้จะไล่ ส.ว.ไม่ให้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก นายพิธา ไม่ได้เป็นนายกฯ แสดงว่าแผ่นดินนี้มีการกำหนดตัวนายกฯ ไว้แล้วหรือไม่ ฤาษีพุทธจรัล ตอบว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นผู้นำแต่ชะตาของบางคนเท่านั้นจะเป็นผู้นำที่ดีที่สุด เพราะฉนั้นที่ผ่านมา 7-8 ปี จะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีบทบาทสำคัญในการมาปัดกวาดบ้านเมืองให้สะอาด วางระบบไว้ดีให้ทุกคนมองเห็นอนาคตต้องยอมรับว่าเขามีผลงาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี มองในเรื่องนี้อย่างไร ปู่ฤาษีพุทธจรัล หัวเราะเสียงดังก่อนจะตอบว่า ก็ดูท่านเดิน หากเดินเช่นนั้นแล้วจะปกครองประเทศอย่างไร ถ้าเดินแบบนั้นก็จะเป็นผู้นำแบบนั้น
ถามว่าบ้านเมืองหากยังไม่ลงตัวจะมีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ ฤาษีพุทธจรัล ตอบว่าไม่มีแน่นอน เพราะดวงชะตาของประเทศ บารมีของพระสยามเทวาธิราชยังคุ้มครองคนทั้งประเทศอยู่ หากพระรามมาปรากฎเมื่อไหร่ ทศกัณฐ์ก็จะหมดโอกาสเมื่อนั้น
สำหรับ ปู่ฤาษีพุทธจรัล พุาทธจรัล อายุ 81 ปี หรือชื่อเดิม ดร.จรัล นันสุทานนท์ อดีตผู้จัดการวงดนตรี “ดิอิมพอสซิเบิ้ล” ปัจจุบันอยู่อาศรมโพธิสัจธรรม (หมู่พลอยบุรินทร์) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ก่อนหน้านี้ออกมาแสดงความเห็นระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เปรียบเหมือนเหล็กกล้า อยู่มานานแต่ไร้สนิมเกาะ ไม่มีโอกาสขึ้นสนิม ไม่มีอะไรมาเปรอะเปื้อน มีภูมิต้านทาน มีจุดยืน กิเลสต่างๆ ไม่สามารถซึมซับเข้าไปในจิตใจ ไม่ว่าจะ โลภ โกรธ หลงและสามารถอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เกิน 8 ปีแน่