พิจิตร ชาวนาทุกข์ ปล่อยตามยถากรรม ข้าวยืนต้นตาย ขาดน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด เหตุฝนทิ้งช่วง วอน นายกฯเศรษฐา เร่งแก้ปัญหา สางค่าปุ๋ยค่ายา ปัจจุบันขยับเพิ่มขึ้นรายวัน
25 ส.ค. 66 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้เข้าสู่ฤดูฝน แต่ฝนที่หยุดตกต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ต้นข้าวนาปรัง อายุ 1 เดือนเศษ ที่มีสภาพแห้งเหี่ยวขาดน้ำ ชาวนา พื้นที่ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ต้นข้าวนากำลังขาดแคลนน้ำ และกำลังยืนต้นตาย จำนวนกว่า 10 ไร่

หลังจากที่ชาวนา เริ่มทำการเพาะปลูก ช่วงฤดูฝน พบปัญหา ปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงต้นข้าว ชาวนาจึงจำเป็นต้องปล่อยทิ้งนาข้าวบางส่วนบนแปลงนาให้แห้งเหี่ยวตายไปกับความแห้งแล้ง เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำต้นทุน และ ฝนที่หยุดตกทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน จึงต้องปล่อยต้นข้าวทิ้งให้ขาดน้ำแห้งตาย

นางสาวสอนศิริ แอ่นดอย เกษตรกรตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า นาข้าวเป็นของเพื่อเกษตรกรที่ทำนาใกล้กัน หลังจากฝนไม่ตกทำให้ต้นขาวนาปรัง ยืนต้นตายแห้งเหี่ยว และ ต้องปล่อยทิ้งเป็นบางส่วน เหลือเพียงต้นข้าวนาปี ที่กำลังรอน้ำจากน้ำฝนมาช่วยในความชุ่มชื้น ซึ่งปกติในช่วงนี้ น้ำจะอุดมสมบูรณ์ แต่ในปีนี้ กลับไม่มีฝน จึงทำให้นาข้าว ได้รับผลกระทบจากขาดน้ำ

นางสาวสอนศิริ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังประสบปัญหากับราคาผลผลิตตกต่ำ ดังนั้นเมื่อได้ นายเศรษฐา ทวีสิน นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงอยากฝากถึง นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ให้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องของราคาข้าว เพื่อไม่ให้ราคาของผลผลิตตกต่ำเหมือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ก็อยากจะให้เข้ามาช่วยควบคุมเรื่องของราคาปุ๋ย ยา ต่างๆ เพราะปัจจุบันยังมีการขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งหากรัฐบาลไม่เข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะส่งผลทำให้ต้นทุนในการทำนาแพงขึ้น โดยการทำนาในแต่ละครั้งมีต้นทุนเกือบ 6,000 บาท ต่อไร่ และข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ขายได้ราคา 6,000-7,000 บาท ชาวนาจะไปเหลืออะไร ถึงแม้ปัจจุบันราคาข้าวจะมีการขยับตัวขึ้นมาอยู่ที่เกวียนละ 12,000 บาท แต่คาดว่า จะขึ้นได้ไม่นานแล้วก็ลงอย่างไรก็ขอให้อยู่ที่ไม่ต่ำกว่าเกวียนละ 9,000 หรือ 10,000 บาท

สำหรับพื้นที่ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ชาวนาต่างเริ่มการเพาะปลูก เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีปริมาณฝนตกลงมา แต่หลังเพาะปลูก ปริมาณน้ำจากน้ำฝนไม่เพียงพอ ชาวนาที่ไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน จำเป็นต้องปล่อยต้นข้าวให้ยืนต้นตายดีกว่าเสี่ยงการหาแหล่งน้ำ ซึ่งจะไม่คุ้มการลงทุนสำหรับการทำนาครั้งนี้