ยายเอาป้ายแขวนคอ บอกบ้านโดนวางเพลิง ชีวิตสุดลำบาก ต้องเป็นวณิพก ร้องเพลงแลกเศษเงิน ด้านชาวบ้าน ขอโต้ แฉอีกมุม สุดตื่นตะลึง

วันที่ 2 ก.ย.2566 ผุ้สื่อข่าวลงพื้นที่คุยกับนางคำเพียร ตามชัยภูมิ อายุ 65 ปี ชาวบ้านหมู่ 11 ต.หนองนาทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังมีภาพปรากฏในโลกออนไลน์ว่า เจ้าตวได้แขวนป้ายว่าบ้านโดนผู้มีอิทธิพลวางเพลิง จึงร้องเพลงขอเงินไปซื้อที่ดินและสังกะสีมุงบ้าน เป็นที่ฮือฮาทั้งขอนแก่น

นางคำเพียร กล่าวว่า บ้านตนโดนไฟไหม้ เมื่อปี 2546 เกือบทั้งหลัง รู้ว่าใครทำ จึงไปแจ้งราชการมีคนลอบวางเพลิง ทางหลวงบอกว่าจะให้การช่วยเหลือ แต่ได้เพียงถุงยังชีพ กับเงิน 1 พันบาท ไม่มีบ้านอยู่ แม้นายอำเภอจะช่วยเหลือ แต่โดนกลุ่มสมัชชาคนจนหาเรื่อง ไล่ออกจากหมู่บ้าน จนลูกคนโต ทำงานเก็บเงินซื้อบ้านให้อยู่ในปัจจุบัน

ต่อมาพอโควิด-19 ระบาด ตนก็ไม่มีเงิน คดีเก่าก็ค้างคา ทำให้กลุ้มใจมาก จึงแต่งเพลง แล้วไปร้องขอความช่วยเหลือ เอาป้ายแขวนคอ โดยบ้านที่อยู่ทุกวันนี้ก็ของลูกสาว หวังอยากไปสร้างบ้านที่เดิม

อย่างไรก็ดีผู้สื่อข่าวบ้านที่ยายพูดนั้น ก็ไม่ได้มีร่องรอยไฟไหม้แต่อย่างใด ทางนายแก้ว วงไกล อายุ 68 ปี ประธานเครือข่ายปฏิรูปที่ดินบ้านซำผักหนาม ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกับนางคำเพียรเผยว่า บ้านอีกฝ่ายโดนลอบเผาจริง ก่อนจะย้ายครอบครัวไปที่บ้านน้อยศรีวิไลย หมู่ 1 ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ และไม่เคยกลับมาที่เดิมอีกเลย

ทั้งนี้นางคำเพียร มีบ้านอยู่แล้ว ไม่ควรมาหากินแบบนี้ เพราะลูกก็มีฐานะดี ทำแบบนี้ทำให้ชาวบ้านซำผักหนาม เสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย แถมบ้านที่โดนไฟไหม้ ก็ขายที่ดินให้คนอื่นไปแล้วอีก

ส่วนนายเอกชัย พรมหลวงษี อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านซำผักหนาม กล่าวว่า ตนไม่อยากเชื่อที่นางคำเพียรกล่าวอ้างแบบนั้น เพราะเหตุการณ์นี้ก็เกิดมา 20 ปีแล้ว ยังอ้างเรื่องไฟไหม้ ขอเงินประชาชน เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งที่บ้านก็มีอยู่ ครอบครัวก็ยังทำมาหากิน ไม่น่าจะทำแบบนี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน