เมื่อวันที่ 28 ก.พ. พ.ต.ท.มาโนช ฤทธิพูน สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรียุธยา รับแจ้งเหตุแอมโมเนียรั่วไหลภายในโรงน้ำแข็งอยุธยา หมู่ 7 ต.บ้านป้อม อ. พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรียุธยา ทำให้กลิ่นฟุ้งกระจายมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่สูดดมเข้าไปมีอาการหายใจไม่ออก แน่นหน้าอกจำนวนมาก

ภายหลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา นายอภิชาติ สุขสมบูรณ์ นายกอบต.บ้านป้อม หน่วยกู้ชีพร.พ.พระนครศรีอยุธยา มูลและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิพุทไธสวรรย์

ที่เกิดเหตุเป็นโรงน้ำแข็ง โดยพบผู้บาดเจ็บ 35 ราย เป็นพนักงานโรงงานน้ำแข็ง เเบ่งเป็นชาย 14 คน หญิง 16 คน เเละเด็กเล็กอีก 5 คน มีอาการหายใจไม่ออก หน่วยกู้ชีพและกู้ภัย จึงรีบช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งร.พ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายธานินทร์ สีวราภรณ์สกุล ผอ.ร.พ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาดูอาการผู้บาดเจ็บด้วยตนเอง เบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่มีอาการแน่นหน้าอก

ด้านนายคงคา แก้วสระแสน 45 ปี ผู้ดูแลโรงน้ำแข็ง เปิดเผยว่า สาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากเมื่อช่วงเย็นมีรถเก็บของเก่ามารับซื้อของเก่า แล้วอาจไปชนเข้ากับถัง 200 ลิตร ที่วางเรียงไว้ซึ่งภายในบรรจุสารแอมโมเนียที่หมดแล้วเพื่อเตรียมนำไปบรรจุใหม่ล้มไป 1 ถัง ทำให้สารแอมโมเนียเริ่มระเหยตั้งแต่ช่วงเย็นจนมาช่วงค่ำคนงานที่พักผ่อนอยู่ในบ้านพักได้สูดดมสารแอมโมเนียสูดดมเข้าไปทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก

จากนั้นอบต.บ้านป้อม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำผ้าใบมาคลุมถัง 200 ลิตรที่ล้มลง เพื่อไม่ให้กินระเหย พร้อมสั่งอพยพผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงออกจากจุดเกิดเหตุ และให้โรงงานหยุดผลิตชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน