หลวงพ่อเผยแล้ว หลังดราม่า นั่งฉันข้าวในบาตร มองว่าไม่คิดว่าผิดอะไร เพราะน่าจะเป็นองค์แรกของโลก
จากกรณีเพจ ‘ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา’ ออกมาโพสต์คลิปพร้อมระบุแคปชั่นว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อ รองเจ้าคณะอำเภอ ฉันข้าวในบาตร เผยคลิปนาที พระสงฆ์รูปหนึ่ง นั่งในบาตรขนาดใหญ่ พร้อมฉันข้าว ฉันน้ำ ด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้ม ตรวจสอบทราบว่าวัดดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด
ล่าสุดวันที่ 12 ก.ย. 66 ที่วัดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ชาวบ้านยอมรับว่าบาตรขนาดใหญ่น่าจะเป็นของวัดจริง ๆ เพราะมีบาตรใบใหญ่อยู่ 1 ใบ จากนั้นชาวบ้านได้พาขึ้นไปดูชั้น 2 ของศาลาการเปรียญ ก็พบบาตรใบใหญ่ทำด้วย สแตนเลส มีสลักจากผู้บริจาคให้ทางวัด ซึ่งสั่งซื้อมาถวายในราคาประมาณ 20,000 บาท เพื่อให้เป็นอนุสรณ์และเป็นสิริมงคล
นายรักชัย ศิริวัฒน์ กำนันตำบลหนองขาม กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดอยู่ภายในวัดของหมู่บ้านจริง เนื่องจากทางอำเภอร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้นำหมู่บ้านและพี่น้องประชาชน ได้จัดกิจกรรมถนนสายวัฒนธรรมฯ เพื่อร่วมกันทำบุญและบริจาคทรัพย์สิ่งของช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง หลังจากงานเสร็จถึงเวลาพระฉันเพลทุกคนก็แยกย้าย ตนได้เดินทางเข้าไปในศาลาการเปรียญก็พบว่าหลวงพ่อนั่งอยู่ในบาตรแล้ว
ตอนแรกก็ตกใจ และเห็นญาติโยมห้อมล้อมอยู่จำนวนหนึ่งก็งงอยู่และไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าคงไม่ผิดอะไร ชาวบ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร และทราบว่าพระที่นั่งอยู่ในบาตรคือ พระครูอุบลเขมาภรณ์ รองเจ้าคณะอำเภออาจสามารถ เจ้าอาวาสวัดอุบลบรทัพย์ ท่านไม่ได้อยู่วัดนี้
ด้าน พระครูอุบลเขมาภรณ์ รองเจ้าคณะอำเภออาจสามารถ เจ้าอาวาสวัดอุบลบรทิพย์ เปิดเผยว่า การที่ฉันข้าวในบาตรเมื่อวานนี้น่าจะเป็นองค์แรกของโลกที่ฉันข้าวในบาตรจริง ๆ เมื่อวานมีงานถนนวัฒนธรรมฯ ที่วัดปุราบ้านเป้า อาตมาจึงไปร่วมกิจกรรมและร่วมงาน หลังเสร็จกิจกรรมก็ได้รับการนิมนต์ให้ไปฉันอาหารเพลที่ศาลาการเปรียญของวัดและตนได้เหลือบไปเห็นบาตรใบใหญ่ ก็เลยคิดได้ว่าถ้านั่งไปฉันข้าวในบาตรใบใหญ่นี้ได้ก็ถือว่าจะเป็นองค์แรกจริง ๆ
เลยลงไปนั่งดูและมีญาติโยมเอาภัตตาหารมาประเคนและฉันพอเป็นพิธีนิดหน่อย อาตมาบวชมา 50 ปีไม่เคยมีและก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรกคิดว่าไม่ผิด ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้ เป็นการปฏิบัติจริง ซึ่งอาตมาเองมีน้ำหนัก 52 กิโลกรัมสูง 166 ซม. ทั้งนี้ก็แล้วแต่สังคมจะคิดหรือตีแผ่เรื่องธรรมะวิจารณ์ สังคมวิจารณ์ได้อยู่แล้ว แต่การวิจารณ์นั้น มีหลักธรรมประจำกายประจำใจ ซึ่งอย่างอาตมาให้วิจารณ์ได้อยู่แล้ว เพราะไม่คิดว่าผิดอะไร
ด้าน นายสุวัฒน์ เบ้าจังหาร นายอำเภออาจสามารถ กล่าวว่า เรื่องที่หลวงพ่อนั่งในบาตรนั้น ตนก็ทราบเรื่องแล้วและคิดว่าท่านมีเหตุผลของท่านเอง อีกทั้งต้องยอมรับว่าท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมีอุปนิสัยร่าเริงและเป็นที่เคารพนับถือของพี่น้องประชาชนรวมทั้งเด็ก ๆ ในพื้นที่ต่างรู้จักเป็นอย่างดี
สำหรับประวัติ พระครูอุบลเขมาภรณ์ เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2498 วุฒิการศึกษา น.ธ.เอก, ป.ธ.๔, พธ.บ โดยอุปสมบท เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2519 ณ วัดอุบลบรทิพย์ ตำบลอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี พระครูสุนทรวิริยานุวัตร เป็นพระอุปัชฌาย์
การศึกษา พ.ศ. 2524 สอบได้ นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดอุบลบรทิพย์ พ.ศ. 2529 สำเร็จการศึกษาชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด , พ.ศ. 2542 สอบได้ ประโยค 1 – 2 สำนักเรียนวัดอุบลบรทิพย์ , พ.ศ. 2546 สำเร็จ ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศาสนา (พธ.บ.) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย , พ.ศ. 2549 สอบได้ เปรียญธรรม 3 ประโยค สำนักเรียนวัดอุบลบรทิพย์ , พ.ศ. 2551 สอบได้ เปรียญธรรม 4 ประโยค สำนักเรียนวัดอุบลบรทิพย์
เกียรติคุณ พ.ศ. 2538 ได้รับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สาขาการสงเคราะห์ประชาชน
ตำแหน่งฝ่ายปกครอง พ.ศ. 2528 เป็น เลขานุการเจ้าคณะอำเภออาจสามารถ , พ.ศ. 2530 เป็น เจ้าอาวาสวัดอุบลบรทิพย์ , พ.ศ. 2533 เป็น เจ้าคณะตำบลอาจสามารถ เขต 1 , พ.ศ. 2535 เป็น พระอุปัชฌาย์ , พ.ศ. 2536 เป็น รองเจ้าคณะอำเภออาจสามารถ
สมณศักดิ์ พ.ศ. 2527 เป็น พระสมุห์ ฐานานุกรม เจ้าคณะอำเภออาจสามารถ , พ.ศ. 2532 เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท ที่ พระครูอุบลเขมาภรณ์, พ.ศ. 2533 เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นโท ในราชทินนามเดิม , พ.ศ. 2535 เป็น พระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอ ชั้นโท ในราชทินนามเดิม , พ.ศ. 2542 เป็น พระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม , พ.ศ. 2553 เป็น พระครูสัญญาบัตร เทียบเจ้าคณะอำเภอ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม