ยะลา ชาวสวนเบตงว้าวุ่น เงาะลิ้นจี่ รสชาติหอมหวาน ยอดขายดี สร้างรายได้หลักแสน ตลาดต้องการสูง สวนทางผลผลิตมีไม่พอ ลูกค้าออเดอร์เพียบ

14 ก.ย. 66 – ที่สวนมาลา บ้าน กม. 9 อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นางสุนีพร เหล่าวิวัฒน์เกษม หรือ คุณขวัญ เกษตรกรผู้ปลูกเงาะลิ้นจี่ หรือ เงาะปูลาซัน หนึ่งในของขึ้นชื่ออำเภอเบตง ที่ปลูกมานานกว่า 20 ปี ในพื้นที่ 25 ไร่ จากทั้งหมด 60 ไร่

นางสุนีพร เล่าว่า เมื่อก่อนเปิดร้านขายโทรศัพท์มือถือที่กรุงเทพฯ เมื่อพ่อกับแม่อายุมากขึ้นจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด ทำสวนผลไม้ต่อจากครอบครัว โดยที่สวนจะปลูกทุเรียน มังคุด ลองกอง และเงาะลิ้นจี่ นับเฉพาะเงาะลิ้นจี่ตอนนี้มีทั้งหมด 100 ต้น เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว คุณพ่อนำต้นพันธุ์เข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นสายพันธุ์มาจากอินโดนีเซีย

หลังจากลองปลูกดู ทำให้รู้ว่าเงาะลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่ดูแลไม่ยาก แต่จะออกผลแค่ปีละครั้ง โดยช่วงแรก ๆ เราก็เน้นขายให้คนในพื้นที่ ซึ่งการโปรโมตก็จะใช้วิธีบอกกันปากต่อปาก พอคนรู้มากขึ้นก็ขายได้มากขึ้น บางครั้งก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าในตลาดทั้งไทยและมาเลเซียมารับไปวางที่แผงด้วย สองกลุ่มนี้ก็เลยเป็นเหมือนลูกค้าหลักที่อยู่กับเรามานาน ซึ่งปัจจุบันเราก็เพิ่มในส่วนของขายออนไลน์มากขึ้นด้วย ช่วยให้มีคนรู้จักและขายได้มากขึ้น

คุณขวัญ เล่าอีกว่า เงาะลิ้นจี่ เป็นเงาะไร้ขน ผลสีแดงสด มองเผินๆ ดูคล้ายลิ้นจี่ยักษ์ รสชาติอร่อยหอมหวาน เปลือกหนา เนื้อไม่ติดเมล็ด และออกผลเพียงปีละครั้ง สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งปัจจุบันยังมีคนปลูกไม่มาก ทำให้ตลาดมีความต้องการค่อนข้างสูง

สวนทางกับผลผลิตที่มีไม่เพียงพอ หลังการเก็บเกี่ยวในแต่ละปี จึงต้องเปิดให้ลูกค้าทำการจองโดยแจ้งความประสงค์กับทางสวนไว้ก่อน กระทั่งใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวรอบถัดไปจึงยืนยันการจองอีกครั้ง

จึงนับเป็นอีกหนึ่งผลไม้หาทานยากที่มียอดจองข้ามปีเลยทีเดียว โดยขายให้คนในพื้นที่ กิโลกรัมละ 100 บาท หากส่งต่างจังหวัด ขายออนไลน์ ขายกิโลกรัมละ 130 บาท และนอกจากผลแล้ว ที่สวนของยังมีการเพาะต้นพันธุ์ขายอีกด้วย

โดยขายราคาต้นละ 400 บาท ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามอายุและความสูงของกิ่งพันธุ์ เช่น ต้นที่มีอายุ 6-9 เดือน สูงประมาณ 70 เซนติเมตร จะมีราคา 450 บาท แต่หากเป็นต้นที่สูงกว่านี้ราคาก็จะสูงขึ้นไปอีก เป็นต้น

สำหรับการขยายพันธุ์สามารถทำได้โดยใช้วิธีติดตา ซึ่งจะต้องเพาะเลี้ยงกิ่งพันธุ์จนมีอายุประมาณ 6 เดือน-1 ปี จึงนำลงแปลงปลูก ปกติเงาะลิ้นจี่เป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำเยอะ คอยดูแลรดน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ เนื่องจากสภาพอากาศของอำเภอเบตงนั้นมีฝนตกตลอดปี ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำ แต่หากนำไปปลูกในพื้นที่อื่นๆ ที่มีสภาพอากาศไม่แน่นอน อาจจะต้องปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ

ส่วนของรายได้ปกติเราจะคิดโดยเฉลี่ยต่อต้นสมมติว่า ในหนึ่งต้นเก็บได้ประมาณ 20 ตะกร้า ตะกร้าละ 20 กิโลกรัม เฉลี่ยทั้งราคาปลีกและส่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 -130 บาท แต่จำนวนนี้ถือเป็นจำนวนที่ไม่ค่อยแน่นอน ถ้าเป็นปีที่มีผลผลิตในระดับปกติไม่ได้มีปัญหาอะไรจะมีรายได้จากการขายเงาะลิ้นจี่ 5 แสนบาทต่อปีเป็นอย่างต่ำ

ด้วยความที่เงาะลิ้นจี่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ยังไม่แพร่หลายในภาคอื่น ๆ แต่เชื่อว่าในอนาคตจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะพืชตัวนี้มีจุดขายในตัวเอง มีเอกลักษณ์ที่ทำให้ดูเป็นสินค้าที่ค่อนข้างพิเศษ บางคนเขาก็จะใช้เป็นของฝากสำหรับผู้ใหญ่ เพราะเป็นผลไม้ที่มีไม่เยอะและยังหาทานยาก

ผู้ที่สนใจซื้อสินค้าจำเป็นจะต้องทำการจองล่วงหน้า โดยสามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ รวมถึงจำนวนไว้ และรอจนกระทั่งใกล้รอบเก็บเกี่ยวทางสวนจะยืนยันออเดอร์อีกครั้ง ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวจะไม่มีการเก็บเงินมัดจำล่วงหน้า เพื่อป้องกันการตกหล่นที่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ โทร.06-2949-1939 หรือ Facebook : เงาะลิ้นจี่ สวนมาลา กม.9 เบตง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน