ตรัง เกษตรกรวัย 58 ปี โค่นต้นยางพาราเนื้อที่ 4 ไร่ ช่วงราคาน้ำยางตกต่ำ เหลือ 3 กิโล 100 หันมาปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารขาย สร้างรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน
18 ก.ย. 66 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสันต์ ชั้นเชี่ย อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ที่ 3 ต.คลองลุ อ.กันตัง จ.ตรัง ตัดสินใจตัดโค่นต้นยางพาราเนื้อที่ 4 ไร่ ช่วงที่ราคาน้ำยางตกต่ำเหลือ 3 กิโล 100 บาท

ก่อนหันมาปลูกพืชผักทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก เช่น ผักหวาน ผักบุ้ง ถั่วพู ชะอม มะระขี้นก ฟักเขียว เสาวรส แก้วมังกร บวบเหลี่ยม กระเจี๊ยบ พีนัทบัตเตอร์ ส้มโอ สะตอ และอื่นๆ
โดยเริ่มปลูกจนเต็มพื้นที่ 4 ไร่เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา เน้นผักปลอดสารพิษ ใช้กาวดักจับศัตรูพืชจากสารชีวภาพ ใช้ปุ๋ยหมักทำเอง นำเศษใบจากที่เหลือใช้คลุมหน้าดิน เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ผิวดิน

เมื่อผลผลิตทุกอย่างเริ่มเก็บเกี่ยวได้ ก็นำไปขายในตลาดทั้งใน จ.ตรัง และจังหวัดใกล้เคียง เช่น กระบี่ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สร้างรายได้วันละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท หรือสัปดาห์ละ 10,000 บาท หรือเดือนละเกือบ 50,000 บาทเลยทีเดียว แถมครอบครัวยังได้อยู่กินกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน
ได้กินผักปลอดภัย สุขภาพร่างกายแข็งแรง เพราะได้ออกกำลังกายจากการทำสวน และมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีเกษตรกรจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ เดินทางไปศึกษาดูงานพร้อมอุดหนุนสินค้าและเมล็ดพันธุ์ เพื่อนำไปต่อยอดในพื้นที่ของตนต่อไป

ส่วนใครสนใจสามารถไปศึกษาดูงานได้ฟรีทุกวัน พร้อมชิมผลผลิตสด ๆ จากสวน หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 062-0486583 คุณสันต์ ชั้นเชี่ย

นายสันต์ กล่าวว่า เหตุที่สนใจหันมาปลูกผักเพราะตอนนั้น ยางพาราตกอยู่ที่ 3 กิโล 100 เลยตัดสินใจตัดทิ้งมาปลูกผัก หลังปลูกผักแล้วก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แม้ตอนแรกจะขลุกขลักไปนิดหนึ่งเพราะต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด แต่ช่วงหลังก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งรายได้ต่อสัปดาห์นับหมื่นบาท ถ้าผลไม้ออกเยอะก็ได้เยอะ

ผักที่ขายดีที่สุดตอนนี้คือผักหวาน ชะอม มะระ สรุป ผักทุกอย่างของตนขายดีหมด ก่อนหน้านี้มีลูกค้าสงสัยว่าปลอดสารพิษจริงมั้ย ตนจึงให้มาดู โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีลูกค้าตามมาดูที่สวน 4-5 ราย ตอนหลังลูกค้า เอาไปบอกต่อๆ กัน ทำให้ขายดีขึ้น โดยมีลูกค้าหลายจังหวัดสั่งผักเข้ามาเพื่อนำไปขายต่อ