UNFPA ประเทศไทย ร่วมมือกับ FHI 360 ผนึกกำลังเพื่อให้บริการด้านสาธารณสุขที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย

กรุงเทพฯ วันที่ 22 กันยายน 2566 – กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทยและองค์การแฟมิลี่ เฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค (FHI 360) ร่วมกันแถลงผลการประเมินความอยู่รอดและเปราะบางของโรงพยาบาลและหน่วยบริการด้านสาธารณสุขในสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการริเริ่มความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อยกระดับให้โรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุขได้มีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมการบริการสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างยั่งยืน และสามารถรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การบริการสาธารณสุขทั่วโลกนั้นมีส่วนรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าร้อยละ 4 ซึ่งทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะเดียวกันสถานการณ์ที่เกี่ยวขัองกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง พายุ และมลพิษทางอากาศ นับเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุขของประชาชาชน รวมถึงเริ่มเป็นภัยคุกคามต่อโครงสร้างขั้นพื้นฐาน จนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและสุขภาวะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทั่วโลกเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประชากรเปราะบางที่มีความเสี่ยงมากที่สุดและไม่สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเท่าทัน

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่า ภายใน พ.ศ.2573 ความเสียหายโดยตรงต่อสุขภาพของมนุษย์อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจมีมูลค่าสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการบรรเทาปัญหาเหล่านี้จะต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงและความเปราะบางด้านสภาพภูมิอากาศที่มีผลสถานพยาบาลและข้อบกพร่องต่างๆ รวมถึงการสนับสนุนฐานข้อมูลที่สามารถอ้างอิงได้แก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจในการพัฒนากลยุทธ์ เทคโนโลยี และนโยบายที่นำเอาปรับใช้ให้เหมาะกับภาคส่วนสุขภาพ ซึ่งต้องมีความต่อเนื่อง และมีคุณภาพสูง

“ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง UNFPA ประเทศไทย และ FHI 360 ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยจะนำผลการประเมินมาพัฒนาเป็นข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางและสนับสนุนการดำเนินงานด้านนี้ให้กับประเทศไทยมากขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีในการปกป้องและยกระดับสุขภาพของชุมชนทั้งหมด รวมถึงสุขภาพของแม่และผู้ผ่านพ้นการยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเน้นที่ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงซึ่งได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งตัวชี้วัดความสำเร็จของการประเมินนี้ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของชุมชนและการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทประเทศไทย นับว่าเป็นศักยภาพอันแข็งแกร่งซึ่งสามารถขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย” นางสาวสิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงาน UNFPA ประเทศไทย กล่าว

ดร.เอมี่ ไวส์แมน รองผู้อำนวยการภูมิภาค องค์การแฟมิลี่ เฮลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค (FHI 360) กล่าวย้ำประเด็นสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ว่า “เราหวังว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับการริเริ่มโครงการด้านการดูแลสุขภาพที่เชื่อมโยงกับการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเท่าทัน ซึ่งการประเมินนี้จัดทำเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่เฉพาะตัว ไม่ใช่เฉพาะแต่ในประเทศไทย ยังรวมถึงทั่วโลกด้วย นับเป็นความมุ่งมั่นของสถานพยาบาลที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างเท่าทันสำหรับการบริการด้านสาธารณสุขให้กับประชาชน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ความร่วมมือนี้นับเป็นครั้งสำคัญในประเด็นด้านสาธารณสุขและการรับมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเท่าทัน ซึ่งส่งเสริมทางแนวด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนเพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในการรับมือกับความท้าทายถึงสองประการ ได้แก่ ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการทำงานด้านการบริการสาธาณสุขต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน