สงขลา สคร.ที่ 12 เตือนระวัง “โรคไอกรน” เชื้อแบคทีเรีย ติดต่อง่าย ไอ จาม สัมผัสสารคัดหลั่ง พบมากในเด็ก เจอป่วย 2 ราย เสียชีวิต 1 คน

4 ต.ค. 66 – สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จ.สงขลา นพ.เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่ 12 จ.สงขลาแจ้งพบผู้ป่วยยืนยันโรคไอกรน เขตสุขภาพที่ 12 จำนวน 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย ใน จ.ปัตตานี และในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 18 ก.ย. 66 พบผู้ป่วยทั้งหมด 13 ราย เสียชีวิต 1 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ ต่ำกว่า 1 ปี ร้อยละ 46.15

“โรคไอกรน เป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย (B. pertussis) ทำให้มีการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ ติดต่อกันได้ง่ายจากการ ไอ จาม สัมผัสกับสารคัดหลั่งและเครื่องใช้ของผู้ป่วย ส่วนใหญ่พบการติดเชื้อในเด็ก”

อาการของโรคไอกรนในเด็กอาจรุนแรงมากจนทำให้เสียชีวิตได้ โดยอาการของโรคจะแสดงหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 6-20 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำ มีน้ำมูก และไอ โดยอาจเป็นต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์

จากนั้นจะเริ่มแสดงอาการสำคัญของโรคคือ ไอเป็นชุด ถี่ ติดกัน 5-10 ครั้ง หรือมากกว่านั้น จนทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่ทัน จึงหยุดไอ และพยายามหายใจเข้าลึก ๆ และมีเสียงดังวู๊ป สลับกับการไอเป็นชุด อาการอาจเป็นเรื้อรังติดต่อกันนาน 2-3 เดือน

“หากมีผู้ป่วยไอกรน ควรแยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อแก่ผู้อื่น โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อผ่านน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ในผู้สัมผัสโรคควรสังเกตว่ามีอาการไอหรือไม่ ติดตามอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ส่วนเด็กที่สัมผัสโรคใกล้ชิดควรไปรับคำปรึกษาจากแพทย์ แม้จะได้รับวัคซีนป้องกันครบแล้วก็ตาม”

นายแพทย์เฉลิมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สคร.12 สงขลา ขอแนะนำให้ประชาชนนำบุตรหลานอายุต่ำกว่า 6 ปี ไปรับวัคซีนให้ครบตามช่วงอายุที่กำหนด ( 2 เดือน, 4 เดือน, 6 เดือน, 1 ปีครึ่ง และฉีดเข็มกระตุ้นเมื่ออายุ 4 ปี) พร้อมเน้นย้ำควรสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากมีอาการดังกล่าวข้างต้น ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน