เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทนายประชาชนฯ เดินทางมามอบหลักฐานเพิ่มเติมในคดีล็อตเตอรี่ 30 ล้านบาท
นายษิทรา กล่าวว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาเพิ่มบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม อีก 15 อันดับ เป็นพยานบุคคล 10 อันดับ และพยานวัตถุ พยานเอกสารหลักฐานอีก 5 อันดับเป็นการยื่นเพิ่มเติมจากครั้งที่แล้ว ในพยานบุคคลนั้นก็อ้างเจ้าหน้าที่กองปราบฯ 4 ปาก เจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 1 ปาก ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องฟิสิกส์ 1 ปาก ที่เหลือก็เป็นพยานบุคคลทั่วไป ส่วนพยานวัตถุและเอกสารตนก็ขอสำนวนการสอบสวนมาจากเจ้าหน้าที่กองปราบฯ ซึ่งตนก็ยื่นไปในวันนี้ด้วย
เลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวต่อว่า จากที่ได้คุยกับคุณลุงจรูญ คุณลุงก็พร้อมจะให้อภัยครูปรีชา ใคร่ครวญ พร้อมที่จะอโหสิกรรมให้ จะได้ไม่ต้องจองเวรกรรมกันในชาตินี้ ในส่วนของคดีความในเมื่อมันได้เป็นคดีแล้ว ก็ยังต้องเดินไปตามกระบวนการกฎหมายต่อไป เพราะมันไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ แต่ถ้าคุณครูปรีชา ใคร่ครวญ รับสารภาพก็จะเป็นผลดีต่อครูและครอบครัวเอง ศาลอาจจะลงโทษในสถานเบาก็ได้ แต่ก็ต้องแยกเป็น 2 ประเภทคือคดีแพ่งกับคดีอาญา
“คดีแพ่งนี้ลุงจรูญไม่ได้ถูกดำเนินคดีในคดียักยอกทรัพย์หาย หรือรับของโจรนะครับ จากที่ครูปรีชาไปฟ้องลุงจรูญ จากที่เขาอ้างว่าทำล็อตเตอรี่หาย แล้วลุงก็ไปขึ้นเงิน แล้วเขาก็ได้ไปขออายัดเงินต่อศาล ทั้งที่ศาลยังไม่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน เขาฟ้องเป็นเงินถึง 30 ล้านบาท แต่ในขณะนี้ทางครูปรีชากลับต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จและอีกหลายๆข้อหา ซึ่งก็มีแต่โทษหนักๆทั้งนั้น แต่ก็ต้องสู้กันในชั้นศาลต่อไป” นายษิทรา กล่าว
นายษิทรา กล่าวด้วยว่า ในส่วนเรื่องการขอยกเลิกอายัดเงินต่อศาลนั้น ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐาน ซึ่งตนจะไปขอสำนวนการสอบสวนของทางกองปราบฯ เพื่อนำมายื่นต่อศาลด้วย และตนก็เชื่อว่าทางฝั่งโน้นไม่ได้มีคลิปที่ลุงจรูญรับสารภาพ หรือภรรยาลุงจรูญรับสารภาพ เพราะตนได้สอบถามทั้ง 2 คนแล้ว ถ้ามีจริงคงมอบให้กองปราบไปแล้ว เพราะมันจะทำให้คดีพลิกได้เลย แต่เขาเลือกที่จะเอาไปเปิดที่ศาล ตนก็ต้องขอให้ศาลเช็คอยู่แล้วว่า คลิปจริงหรือตัดต่อหรือไม่ ครูปรีชาก็ต้องถูกดำเนินคดีอีกข้อหาหนึ่ง” ทนายษิทรา กล่าว
