24 ต.ค. 66 – ดร.ภาคภูมิ เดชสกุลฤทธิ์ กรรมการบริหารมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เปิดเผยว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในช่วง 1-2 ปีนี้ ได้รับเกียรติจากก๊วนตัวตึง เตรียมทหารรุ่น 10 (รุ่นนายกทักษิณ ชินวัตร) มาเป็นคณะที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น

ประกอบด้วย พล.อ.วรวิทย์ ชินะนาวิน, พล.อ.วุทธิ์ วิมุกตะลพ, พล.ร.อ.รพล คำคล้าย, พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์, พล.ท.บรรพต งามกัณหา และพล.ท.มนัส เปาริก รวมถึง ผศ.ศิริ หนูแดง ผู้ออกแบบตราสัญลักษณ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ครบ 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554, ดร.ภูมิพัฒณ์ พงศ์พฤฒิกุล อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการนวัตกรรมทางธุรกิจ,

นายสุพจน์ อ่อนบุญมี หรือ ก้องเวหา ลูกปัญจมา อดีตแชมป์มวยกองทัพบกและอดีตผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมนักมวย และนายอภิสิทธิ์ ธรรมใจ ที่ปรึกษาส่วนตัวของตน ซึ่งทำให้เกิดแนวความคิดและการวางแผนงานที่ดีในหลายเรื่อง

โดยผลการประชุมคณะผู้บริหารและคณะที่ปรึกษามูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมประจำปี 2566 มีดังนี้

1. กำหนดการเปิดให้เข้าชมเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ มติที่ประชุมมีความเห็นพ้องต้องกันว่าควรเปิดให้บริการในเดือนก.ค.2567 โดยได้ยึดตามแนวความคิดของ พล.อ.วุทธิ์ วิมุกตะลพ เนื่องจากพิจารณาจากแผนการดำเนินงานของเจษฎาเทคนิคมิวเซียมแล้ว ยังมีงานก่อสร้างในอีกหลายภาคส่วน

อาทิ งานก่อสร้างอาคาร งานเคลื่อนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ และอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้มาเยี่ยมชมได้ ขอยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อนจะดีกว่า (Safety First) และขอให้แฟนคลับเจษฎาเทคนิคมิวเซียมทุกท่านอดใจรออีกสักนิด ซึ่งไม่นานเกินรอแน่นอน

2. การปวารณาและอุทิศตนเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติและเทิดทูนไว้เหนือเกล้า อันประกอบด้วย สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ

เมื่อพูดถึงความจงรักภักดีต่อสถาบัน ต้องขอยกย่อง รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี 2 รัชกาล คือในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) ในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีต่อสถาบัน อย่างเต็มเปี่ยมโดยไม่มีข้อกังขา ถือว่าท่านเป็นปูชนียบุคคลและบุคคลตัวอย่างที่คนไทยไม่อาจลืมเลือน

ตลอดระยะเวลา 9 ปี ที่ผ่านมา จะเห็นได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์และราชวงศ์มาโดยตลอด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือจัดกิจกรรมแห่รถยนต์โบราณในวันสำคัญต่างๆ ร่วมกับมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมอยู่หลายครั้ง แม้ว่าในบางช่วงบางปีอาจมีเว้นวรรคไปบ้างเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

แต่เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง เจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้จัดกิจกรรมร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีในทันที ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มให้กับคณะผู้บริหาร คณะที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมทุกคน รวมถึงพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง โดยมีกิจกรรม 3 ครั้งล่าสุดมีดังต่อไปนี้

1. งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2565 โดยใช้ชื่อว่า “ด้วยรักแห่งแผ่นดิน : With Love for the Nation” ซึ่งเจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้จัดรถบัสโบราณเปิดประทุน 2 ชั้น Double Decker (Hollywood, Leyland) จำนวน 2 คัน ให้บริการรับ-ส่ง ประชาชนและนักท่องเที่ยวเพื่อเข้าร่วมงานดังกล่าว และชมทิวทัศน์ตามเส้นทาง กองสลาก(เก่า)-สี่แยกคอกวัว-วัดบวรนิเวศฯ-สะพานผ่านฟ้า-ลานพลับพลาฯ-ถนนราชดำเนิน-ถนนราชินี-ถนนเส้นกลางสนามหลวง ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2565 เจษฎาเทคนิคมิวเซียมไม่ได้จัดรถบัสโบราณให้บริการพ่อแม่พี่น้องแค่วันแม่ หรือวันที่ 12 สิงหาคม เพียงวันเดียว แต่เราให้บริการรับส่งประชาชน เป็นเวลาถึง 15 วัน

2. กิจกรรมจิตอาสาบริการประชาชน เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 โดยเจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้จัดรถบัสโบราณเปิดประทุน 2 ชั้น Double Decker (Hollywood , Leyland) 2 คัน และรถ Bus Modified San Francisco 1 คัน รวมทั้งหมด 3 คัน ให้บริการประชาชน ชมไฟประดับบนถนนราชดำเนิน และท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 2-4 ธันวาคม 2565 รวมเป็นเวลา 3 วัน

3. วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 จัดขึ้น ณ ทำเนียบรัฐบาล ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 โดยเจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้นำรถโบราณมาจัดแสดงทั้งหมด 7 คัน ประกอบด้วยรถไมโครคาร์ จำนวน 6 คัน คือ รถ Ihle Schottenring Car, รถ Zundapp Janus, รถ Peel Trident, รถ Peel P50, รถ BMA Amica, รถ Microcar Terno และอีก 1 คันคือรถ Citroen HY ซึ่งเป็นรถสำหรับให้บริการเครื่องดื่มภายในงานวันเด็กแห่งชาติฟรี ซึ่งสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับน้องๆ หนูๆ และผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก

โดยสองกิจกรรมแรก เจษฎาเทคนิคมิวเซียมได้จัดรถบัสโบราณให้บริการพี่น้องประชาชนนั่งรถรับลมหนาว เพื่อชมความงดงามของทิวทัศน์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีผู้สนใจและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมารอต่อแถวขึ้นรถบัสโบราณกันอย่างเนืองแน่น ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำเป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

“ในฐานะผู้บริหารของมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงสุดที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียม ได้เป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่ได้แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ โดยส่วนตัวผมสัมผัสและมีความเชื่อว่าความรัก ความศรัทธาและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มีอยู่ในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยทุกคน หากรักแล้วเก็บไว้ในใจอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่สมควรแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ออกมาด้วย ซึ่งคาดหวังว่าในช่วงรัฐบาลนายกฯเศรษฐา ทวีสิน จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันต่อไป” ดร.ภาคภูมิ กล่าว

ดร.ภาคภูมิ กล่าวอีกว่า ขอเรียนเชิญหน่วยงานราชการหรือองค์กรการกุศลใดก็ตามที่มีความประสงค์จะใช้บริการรถโบราณของมูลนิธิเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เพื่อทำกิจกรรมที่ส่งเสริมความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติไทย หรือกิจกรรมดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม อาทิ กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กิจการเพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับเด็กและเยาวชน ทางเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว

เราไม่เคยขอรับการสนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ หรือค่าดำเนินการใดๆ เพียงแค่ได้เห็นพี่น้องประชาชนมีความสุขก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากแล้ว ผมมั่นใจว่าเหล่าพสกนิกรแต่ละท่านพร้อมที่จะเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแสดงความจงรักภักดีอย่างแน่นอน

และในระหว่างที่เจษฎาเทคนิคมิวเซียมแห่งใหม่ยังไม่เปิดให้บริการ สามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือกิจกรรมต่างๆ ได้ทาง Page Facebook : Jesada Technik Museum, ช่อง Youtube : Jesada Technik Museum” ดร.ภาคภูมิ กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน