ปลัดศธ. แจง ‘บิ๊กอุ้ม’ ยังคง ศธภ. 6 อัตรา สั่งเร่ง ผู้ตรวจ-ศธจ.-ศธภ. ทำงานเชิงรุก เน้นเกิดประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อน เล็งหาช่องขึ้นบริหารต้นข้ามแท่งได้

24 ต.ค. 66 – นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักปลัดศธ. ว่า ที่ประชุมได้หารือเตรียมการบริหารงบประมาณ 2567 โดยให้ใช้งบฯปี 2566ไปพลางก่อน และให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เรียงลำดับความสำคัญของงบประมาณว่า จะนำไปใช้ในประเด็นไหน อย่างไร

ส่วนปี 2568 ก็ขอให้เริ่มจัดทำคำของบประมาณในช่วงเดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนมกราคม 2567 ทั้งนี้ตนได้กำชับให้ ศธจ. และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) บริหารงบประมาณใน 2 มิติ คือ บริหารงบดำเนินงานปกติที่ทางส่วนกลางจัดสรรไปให้

ขณะเดียวกันให้ ศธจ. จัดทำโครงการที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพราะแต่ละจังหวัดจะมีบริบทที่แตกต่างกับ บางจังหวัดอยู่ในพื้นที่ความมั่งคง บางจังหวัดอยู่ในพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หรือบางจังหวัดอยู่ในพื้นที่นวัตกรรม เป็นต้น

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ยังได้หารือการขับเคลื่อนนโยบายในส่วนของ ศธจ. ศธภ. และผู้ตรวจราชการศธ. ที่จะต้องมีความสอดรับกัน โดยในส่วนของ ผู้ตรวจฯ จะต้องปรับบทบาทมาทำงานในเชิงรุกมากขึ้น ไม่ใช่การตรวจติดตามการทำงานเชิงนโยบายอย่างเดียว แต่จะต้องลงไปเป็นผู้ขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ รวมถึงให้ไปดูรายละเอียดเรื่องการมอบหมายงานตามลำดับชั้น

เนื่องจากปัจจุบันสายบังคับบัญชา ยังไม่มีความสอดรับกัน โดย ศธจ. และ ศธภ.ขึ้นตรงกับสำนักงานปลัดศธ. แต่ ศธจ.กลับไม่ได้เป็นสายบังคับบัญชาของศธภ. และผู้ตรวจฯ จากนี้สำนักงานปลัดศธ. จะต้องมอบอำนาจในการบริหารจัดการลงไปให้กับผู้ตรวจฯ และ ศธภ. ว่าสามารถบริหารจัดการเรื่องของคนและงบประมาณได้ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ได้เต็มศักยภาพ

“จากนี้สำนักงานปลัดศธ. จะต้องดูเรื่องการมอบหมายอำนาจบางส่วน ให้ ผู้ตรวจฯ และ ศธภ. เพื่อให้จะสามารถขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยผมได้ย้ำว่า การมอบหมายงานครั้งนี้ เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อน

โดยเฉพาะเรื่องการบังคับบัญชา ให้ผู้ตรวจฯ และศธภ. สามารถบริหารจัดการจังหวัดที่ตัวเองดูแลในแต่ละคลัสเตอร์ได้ เพราะตอนนี้สายบังคับบัญชายังไม่สอดรับกัน ศธจ. และศธภ. ขึ้นกับสำนักปลัดศธ. แต่ ศธจ. กลับไม่ได้ขึ้นตรงกับศธภ. และผู้ตรวจฯ

ดังนั้นหากจะทำงานเชิงรุก สำนักงานปลัดศธ. ก็ต้องมอบอำนาจในการบริหารจัดการลงไปให้กับผู้ตรวจฯ และศธภ. ว่าสามารถบริหารจัดการเรื่องของคนและงบประมาณได้อย่างเหมาะสม” ปลัดศธ. กล่าว

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนการแต่งตั้งศธภ. ซึ่งได้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) กำหนดตำแหน่งที่มีอัตราเงินเดือน มาให้ แบ่งเป็นศธภ. 12 อัตรา รองศธภ. 12 อัตรานั้น ที่ผ่านมาได้มีการหารือกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ( ศธ.) เบื้องต้นคิดว่า จะยังคงตำแหน่งศธภ. 6 อัตรา และรองศธภ. 6 อัตรา เท่าที่ได้แต่งตั้งในปัจจุบัน ส่วนที่เหลือจะขอดูภาระงานก่อนว่า จำเป็นต้องตั้งเพิ่มหรือไม่

โดยขณะนี้กำลังหาช่องทางว่า จะนำอัตรากำลังที่แขวนไว้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการศธ. เองก็มีทิศทางที่จะดำเนินการ โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาเส้นทางการเจริญเติบโตที่สอดรับกับภาระงานของแต่ละตำแหน่ง โดยเฉพาะสายบริหารเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

ขณะเดียวกันอาจจะเปิดช่องให้หน่วยงานอื่น เช่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา( สพท.) ผู้อำนวยการกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) จังหวัด เข้าสมัครมาเป็น รองศธภ. และศธภ.ได้

แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุป โดย รมว.ศธ. ขอให้ไปศึกษา เส้นทางความก้าวหน้าของแต่ละองค์กรหลักทุกแท่ง เพราะมองว่า ทุกองค์กรล้วนอยู่ในกำกับดูแลของศธ. ดังนั้นก็น่าที่จะมีช่องทางการเติบโตข้ามหน่วยงานได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน