จนท.ลุยพิสูจน์ เสาไฟฟ้า ชอร์ตหนุ่มสามีสาวท้อง 7 เดือนดับ เมียแบกภาระสุดเวทนา ลูกเลี้ยง 3 คน แถมคนโตต้องผ่าตัดย้ายข้างหัวใจ และพ่อสามีที่แก่เฒ่า
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ต.ค. กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธร จ.สุพรรณบุรี เข้าตรวจ”เสาไฟฟ้ามรณะ” ที่เกิดไฟรั่วช็อต นายสายชล โฉมงาม หรือ กี้ อายุ 26 ปี เสียชีวิต พบรอยไหม้ ส่อประมาท
จากกรณี นายสายชล โฉมงาม หรือกี้ อายุ 26 ปี ชาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ถูกไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิต เมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา โดย น.ส.ชิดชนก ลายสุวรรณ หรือไหม อายุ 29 ปี ภรรยา กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน หลังที่เจรจากับ กฟภ.สองพี่น้อง หลายครั้ง แต่ปัดความรับผิดชอบ วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือ แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องแบกรับภาระอย่างหนักไว้เพียงลำพัง ทั้งเลี้ยงลูกติดสามี 3 คน และลูกในท้องอีก 1 คน แถมลูกคนโตเป็นเด็กพิเศษต้องไปผ่าตัดย้ายข้างหัวใจอีกด้วย
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ต.ค.66 พ.ต.ต.วิวัฒน์ เหลืองวัฒนวิไล สว.(สอบสวน) สภ.สองพี่น้อง พร้อมด้วย พ.ต.ท.รัฐพล โพธิ์พันธุ์ นวท.(สบ.3) พฐ.ภ.จว.สุพรรณบุรี ตลอดจนวิศวกร และเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.สองพี่น้อง ซึ่งดูแลระบบไฟฟ้า และเสาไฟฟ้าที่เกิดเหตุ โดยมี น.ส.ชิดชนก ภรรยาของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นายวิเชียร โฉมงาม สารวัตรกำนัน ต.บางพลับ ได้ร่วมกันตรวจสอบ เก็บหลักฐานระบบไฟฟ้าทั้งหมด โดยเฉพาะบริเวณเสาไฟฟ้า หมายเลข 0016 ซึ่งคาดว่าจะเป็นต้นเหตุของการเกิดกระแสไฟฟ้ารั่ว
ทั้งนี้วิศวกรไฟฟ้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบบริเวณเสาไฟฟ้าที่เกิดเหตุ เบื้องต้นตำรวจ พฐ. พบว่า หลังเกิดเหตุมีการดำเนินการต่อสายไฟฟ้าใหม่ และมีหัวน็อตข้อต่อมีร่องรอยการขันใหม่ และใช้สายเทปพันหุ้มสายไฟใหม่ และยังพบว่าเสาไฟฟ้า และสายไฟฟ้ามีรอยไหม้ติดอยู่ นอกจากนั้นยังได้ตรวจสอบสายดิน สายลวดสลิงที่ต่อจากหัวเสาไฟฟ้า ลงไปแท่งกราวด์ที่ปักลงไปในดินใกล้ชิดกับเสาบ้านที่ถูกน้ำท่วมขัง เพื่อวัดค่าต้านทาน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด บอกเพียงว่าจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
นายวิเชียร สารวัตรกำนัน กล่าวภายหลังร่วมติดตามการเก็บหลักฐานของเจ้าหน้าที่ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร เป็นอุบัติเหตุจากความประมาท เพื่อหาทางป้องกันต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมพยาน และสรุปสำนวนว่าเป็นอย่างไร เกิดจากความประมาทจริงหรือไม่ และอยากขอให้การตายของ นายสายชล หลานชาย เป็นรายสุดท้ายที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.สองพี่น้อง ควรเข้าไปตรวจสอบดูแลว่าสถานที่ใดสุ่มเสี่ยง และเร่งแก้ไข
ด้าน น.ส.ชิดชนก ซึ่งได้เรียกร้องมาโดยตลอด ให้คู่กรณีมาดูแลช่วยเหลือเยียวยา แต่หลังเกิดเหตุ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.สองพี่น้อง คู่กรณีกลับปัดความรับผิดชอบ อ้างว่าไม่ได้เกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร หรือความผิดพลาดจากเสาไฟฟ้า และสายลวดสลิงที่โยงมาจากปลายเสาไฟฟ้าด้านบน มายึดกับเสาบ้านที่ถูกบ้านน้ำท่วม ต้องรอผลการตรวจสอบ ทั้งที่ใบรับรองการตายแพทย์ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ระบุสาเหตุการตายว่า “ไฟฟ้าชอร์ต ทำให้หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน”
โดยมีพยานผู้ที่รู้เห็น และอยู่ในเหตุการณ์ทั้ง 2 คน ยืนยันได้ว่า วันเกิดเหตุถูกไฟฟ้าชอร์ตเข้าร่างกายด้วยเช่นกัน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นความผิดพลาด และคาดว่าน่าจะเป็นความประมาทของ กฟภ.สองพี่น้อง ขอให้เห็นใจที่ต้องสูญเสียสามีซึ่งเป็นเสาหลักหาเลี้ยงดูครอบครัว ขณะนี้ตนตั้งท้องได้ 7 เดือน ต้องรับหน้าที่แบกภาระเลี้ยงดู นายปรีชา โฉมงาม อายุ 80 ปี พ่อสามี ที่แก่เฒ่า สุขภาพไม่แข็งแรง เจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา
พร้อมต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกชายอีก 3 คน ที่เกิดจากภรรยาคนเก่าของสามีที่เลิกรากันไป อายุ 9 ปี, 7 ปี และ 5 ปี รวมทั้งลูกสาวในท้องตนอีก ที่ต้องคลอดออกมาลืมตาดูโลก โดยไม่มีพ่ออยู่เลี้ยงดูเหมือนกับครอบครัวทั่วไป ส่วนลูกชายคนโตนั้นเป็นเด็กพิเศษ ในเร็วๆ นี้ต้องได้รับการผ่าตัดย้ายหัวใจ จากด้านขวา มาไว้ที่ด้านซ้าย จากคณะแพทย์ รพ.ศิริราช
ขณะนี้สาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตเริ่มปรากฏแล้ว ส่วนที่จะพูดถึงเรื่องของการเรียกค่าความเสียหายจะเร็วเกินไป ฉะนั้นขอให้ได้ข้อยุติในเรื่องเท็จจริงทางคดีอาญาก่อน จึงจะเข้าสู่กระบวนการพูดคุยเรื่องค่าเสียหาย