หนุ่มคลั่งยา คว้ามีดพร้า ฟันนักศึกษาสาว เสียชีวิต น้องสาวรอดหวุดหวิด เปิดปมแค้น เคยถูกแจ้งความลวนลาม พ่อ เผย ช็อกหนัก ทำใจไม่ได้
วันที่ 8 พ.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างภักดีตรัง จุดวังวิเศษ นำศพของ น.ส.กุลิสรา หรือ น้องแบม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี มาทำพิธีรดน้ำศพที่วัดบางคราม หลังถูก นายจักรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นญาติลูกพี่ คลั่งยาใช้มีดพร้าฟันคอเสียชีวิต ในพื้นที่บ้านบางคราม ม.12 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา

หนุ่มคลั่งยา คว้ามีดพร้า ฟันนักศึกษาสาว เสียชีวิต น้องสาวรอดหวุดหวิด เปิดปมแค้น เคยถูกแจ้งความลวนลาม
บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยครอบครัว ญาติ เพื่อน ชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ในพื้นที่ ท่ามกลางความเศร้าโศกสะอื้นร่ำไห้เสียใจ และยังคงช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก โดยก่อนที่จะนำศพบรรจุลงใส่หีบศพ นางจินตนา (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นแม่ของน.ส.กุลิสราได้กอดและหอมแก้มลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมคอยเฝ้าอยู่ข้างศพไม่ห่าง
น.ส.ณัฐวรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ช่วงเกิดเหตุพี่สาวกับตนกลับจากบ้านน้า และพี่สาวบอกว่าอยากจะไปหาน้องซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องที่อยู่บ้านป้า ที่อยู่ห่างจากบ้านของตนประมาณ 300 เมตร แต่ตอนนั้นรถจักรยานยนต์ที่ขับมาด้วยน้ำมันใกล้จะหมดแล้ว และก็เริ่มจะค่ำ
น.ส.ณัฐวรา กล่าวต่อว่า ตนจึงบอกพี่สาวว่าค่อยไปหาก็ได้ แต่พี่สาวบอกว่าไม่เป็นไร พรุ่งนี้พี่สาวจะกลับมหาวิทยาลัยแล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่สาวจะไปคนเดียว แต่ตนก็บอกว่า ถ้างั้นเดี๋ยวตนจะไปเป็นเพื่อน ก็เลยอาสาขับรถจักรยานยนต์ไปให้ โดยพี่สาวนั่งซ้อนท้าย ถึงที่เกิดเหตุผู้ก่อเหตุคือ นายจักรพงษ์ก็ได้ยืนขวางอยู่บนถนนหมู่บ้านระหว่างก่อนถึงบ้านป้า ตนตั้งใจจะหักเลี้ยวรถกลับ แต่ขับรถไม่ชำนาญมากนัก จึงทำให้เสียหลักรถจักรยานยนต์ล้มลงในคูข้างถนน
น.ส.ณัฐวรา กล่าวอีกว่า จากนั้น นายจักรพงษ์ได้จับตัวพี่สาวไป ตนก็รีบเข้าไปช่วย แต่โดนผู้ก่อเหตุใช้มีดพร้าที่ถือมาด้วยฟันสวนเข้ามา ตนเลยรีบหลบ เฉียดแขนไปนิดเดียว จากนั้นก็รีบวิ่ง พร้อมตะโกนเสียงดัง เรียกให้พ่อกับแม่ออกมาช่วยพี่สาวทันที แต่เมื่อพ่อมาถึงที่เกิดเหตุก็ไม่เจอผู้ก่อเหตุแล้ว มีแค่ร่างพี่สาวนอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ ส่วนผู้ก่อเหตุก็ทราบว่าได้ขับรถไปบอกป้า ที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุว่า ได้ก่อเหตุฟันคนตายไป 1 ศพแล้ว
น.ส.ณัฐวรา กล่าวด้วยว่า ผู้ก่อเหตุคงโกรธที่ตนกับพี่สาวเคยแจ้งความจับ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายจักรพงษ์คิดจะเข้าไปลวนลามตน แต่ตอนนั้นพี่สาวอยู่ด้วย แล้วตัวเองได้ตะโกนส่งเสียงดัง จากนั้นก็รีบไปแจ้งความ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพียงลงบันทึกประจำวันไว้ ผู้ก่อเหตุได้พยายามเจรจาให้ตนถอนแจ้งความ และขู่ว่าถ้าไม่ถอนแจ้งความจะฆ่าให้ตาย แต่ตนและพี่สาวไม่ยอม ทำให้นายจักรพงษ์โกรธมากจนมาก่อเหตุสลดดังกล่าวขึ้น
ด้าน นายจรูญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 72 ปี พ่อของผู้ตาย กล่าวว่า ตนมีลูกสาว 2 คน ก่อนเกิดเหตุ ตอนนั้นตนกับภรรยากำลังกินข้าวอยู่ที่บ้าน ส่วนลูกสาวคนโตบอกว่าขอไปเที่ยวบ้านป้า จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็กร้องเรียกให้ช่วยพี่สาว เมื่อรีบวิ่งออกไปก็พบลูกสาวคนโตโดนฟันเข้าที่คอ และใบหน้า แผลฉกรรจ์นอนจมกองเลือด
นายจรูญ กล่าวต่อว่า จากนั้นตนก็ได้รีบอุ้มและนำส่งโรงพยาบาลวังวิเศษ แล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยลูกสาวคนโต ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.พัทลุง ปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ เป็นเด็กดี เรียนเก่ง ขยัน แต่ช่วงหยุดเรียนจะกลับบ้านมาช่วยพ่อกับแม่เก็บน้ำยางพารา ตอนนี้ตนยังคงรู้สึกช็อก และมีอาการสั่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายอาคม ครชาตรี ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.อ่าวตง กล่าวว่า ตนสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องบอกเลยว่าตอนนี้ปัญหาเรื่องยาเสพติด ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้มากนัก เพราะส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายที่ไม่เข้มแข็งพอ และประเด็นที่ 2 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนเคยแจ้งให้มาดำเนินการจับกุมผู้ก่อเหตุรายนี้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังปล่อยปละละเลย ทั้งที่ผู้ก่อเหตุรายนี้ติดยาเสพติดหนักมาก จนมีอาการคลั่ง และเคยฆ่าคนมาแล้วถึง 2 คน ในพื้นที่นี้ด้วย
นายอาคม กล่าวต่อว่า จึงอยากฝากสะท้อนไปถึงนักการเมืองและรัฐบาลว่า ขณะนี้พวกคุณทำอะไรกันอยู่ ทำไมไปแก้เรื่องยา 5 เม็ด 10 เม็ด ทำไมไม่เพิ่มโทษเกี่ยวกับยาเสพติดให้หนักขึ้น และยิ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยชีวิตของชาวบ้าน ทำไมคุณไม่ทำ และเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ จะต้องรอให้มีคนตายก่อนใช่ไหม ถ้ายังไม่แก้ปัญหา ต่อไปก็จะเจอคนบ้าเดินกลางถนน และก่อเหตุทำร้ายชาวบ้านมากกว่านี้แน่นอน
ขณะที่เพื่อน ๆ ที่เรียนมหาวิทยาลัยทักษิณด้วยกันกับผู้ตายที่มารอรดน้ำศพเพื่อน บอกว่า ผู้ตายตอนมีชีวิตอยู่ จะเป็นคนช่วยติวช่วยสอนเพื่อน ๆ เป็นคนมีน้ำใจ และเป็นที่รักของทุกคน รวมทั้งมีนิสัยร่าเริง ตลก ชอบสร้างเสียงหัวเราะให้แก่เพื่อน ๆ และไม่เคยทะเลาะกันเลย แถมยังเป็นคนเรียนเก่งอีกด้วย ก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น พวกตนยังรู้สึกช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ล่าสุด นายจักรพงษ์ ได้ถูกตำรวจจับกุมพร้อมอาวุธมีดพร้า 1 ด้าม ที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.วังวิเศษ โดยผู้ก่อเหตุมีสภาพหน้านิ่ง พูดจาวกไปวนมา มีอาการคล้ายคนเมายาเสพติด และยังให้การภาคเสธ ทางตำรวจจึงได้ส่งปัสสาวะไปตรวจหาสารเสพติด และเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

