เลือกมาแท้ๆ หญิงวัย 59 โพสต์สะท้อนถนนพัง ต้องขี่จยย.พาลูกพิการไปหาหมอ กลับโดน นายกอบต.ฟ้องหมิ่นประมาท รับไม่หนักใจ แต่เสียความรู้สึก
วันที่ 9 พ.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม นางบุญกอง (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ออกมาร้องทุกข์ รวมถึงสะท้อนปัญหาความเดือดร้อน เกี่ยวกับการสัญจรไปมาของชาวบ้าน ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครพนม เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก ถนนคอนกรีตเส้นทางสายบ้านหนองบัว-โคกกุง อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ อบต.แห่งหนึ่งในจ.นครพนม ระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร
เนื่องจากมีบางจุดสภาพพังเสียหาย สัญจรไปมาลำบาก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เป็นหลุมเป็นบ่อขาดการซ่อมบำรุงนานนับ 10 ปี แต่ไม่มีหน่วยงานมาดูแลแก้ไข
โดยเธอต้องขี่รถจักรยานยนต์ พาลูกชาย อายุ 16 ปี ที่ป่วยพิการทางสมอง รวมถึงป่วยเป็นลมชัก ไปหาหมอ และไปเรียนที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนครพนม ในตัวเมือง แทบทุกวัน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ต่อมาได้ถ่ายภาพถนนชำรุด โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องความเห็นใจกับหน่วยงานรัฐ ให้มาแก้ไขและตรวจสอบแก้ไข พร้อมระบุข้อความว่า “เบิ่งเอาเด้อพี่น้องถนนสายหนองบัวไปโคกก่องว่ามันแสนสบายหรือไปแบบมีคนป่วยกว่าจะถึงโรงบาลมันคงจะตกรถตายก่อนไหมถึงจะมีหน่วยงาน อ.บ.ต.มาทำมีนายกที่แสนดีถนนก็จะประมาณนี้แหละจร้า”
จากนั้นไม่กี่วันต่อมา มีหมาย ศาลจังหวัดนครพนม ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ส่งถึงบ้านระบุ นายก อบต.แห่งนี้ มอบอำนาจให้ทนายความ เป็นโจทย์ ฟ้องจำเลย คือ นางบุญกอง ฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ศาลจังหวัดนครพนม นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 15 มกราคม 2567
นางบุญกอง จึงต้องการขอความเป็นธรรม พร้อมยืนยันต่อสู้คดี หากจะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยต้องการให้ประชาชนรับรู้ถึงความผิดหวัง คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน กับมาฟ้องเอาผิดประชาชน ที่สะท้อนปัญหาความเดือดร้อน
ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบสภาพถนนดังกล่าว คือ ถนนสายบ้านหนองบัว-โคกก่อง-โคกกุง ในเขต อ.เมือง จ.นคพรนม มีระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตรเศษ เดิมอยู่ในความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท สร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ต่อมาปี 2554 ได้โอนย้ายมาอยู่ในความดูแลของ อบต.แห่งหนึ่ง เคยมีการซ่อมเป็นช่วง และยังมีสภาพชำรุดเสียหายบางจุด
ส่วนจุดที่พังเสียหาย และมีการโพสต์ภาพสะท้อนปัญหา พบว่าทางหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 อ.นาแก หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้นำนำกำลัง และเครื่องจักรมาซ่อมแซม บรรเทาความเดือดร้อน แต่ยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ หากจะรื้อทำใหม่ตลอดทั้งเส้นทาง จะต้องใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท และทาง อบต.แห่งนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาหางบประมาณมาแก้ไข
ด้าน นางบุญกอง กล่าวว่า หากถามว่าหนักใจหรือไม่เกี่ยวกับปัญหา ถูกนายก อบต. ฟ้องฐานความผิด หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ยืนยันว่าเสียความรู้สึกมากกว่า เพราะนายกอบต. ถือว่า เป็นคนของประชาชน ที่จะต้องรับทราบปัญหาความเดือดร้อน แต่มาพิพาทฟ้องร้องกับชาวบ้าน
นางบุญกอง กล่าวว่า ตนมีความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่เดือดร้อนในการสัญจรไปมา ต้องขับรถจักรยานยนต์พาลูกชาย อายุ 16 ปี ป่วยพิการทางสมอง และป่วยเป็นลมชักไปหาหมอ และพาลูกไปเรียนที่ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนครพนม เห็นว่าเส้นทางดังกล่าวชาวบ้าน เดือดร้อน มานาน เสี่ยงอุบัติเหตุ แทบทุกวัน ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข จึงต้องการสะท้อนปัญหา
นางบุญกอง กล่าวว่า แต่สุดท้ายตกเป็นจำเลย ได้รับหมายศาลจังหวัดนคพรนม ส่งถึงบ้าน ส่วนโจทก์เป็น นายกอบต. คนที่ตนเลือกอีกด้วย ตนพร้อมจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม หากไม่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ เพราะเป็นข้อเท็จจริง ยอมเดือดร้อนหากได้ทำเพื่อส่วนรวม ประชาชนได้ประโยชน์
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามข้อเท็จจริง กับ นายกอบต.คนดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อพิพาทฟ้องร้องกับชาวบ้าน แต่เจ้าตัวปฏิเสธไม่ขอให้สัมภาษณ์ และมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนักข่าว และเดินหนี ด้วยท่าทีไม่พอใจ
ที่มา : มติชนออนไลน์