“บิ๊กทิน” เปิดประชุม “ผบ.ทบ.” กลุ่มประเทศอาเซียน สานความร่วมมือของกองทัพบก พัฒนาด้านความมั่น พร้อมส่งเสริมการค้าชายแดน

23 พ.ย. 66 – ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรีนายสุทินคลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวเปิด การประชุมผู้บัญชาการทหารบก กลุ่มประเทศอาเซียน หรือ ACAMM (เอแคม) ครั้งที่ 24, การทดสอบยิงปืนทางยุทธวิธี กองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ AARM (เออาม) ครั้งที่ 31 และ การประชุมนายทหารประทวนอาวุโส กองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ ASMAM (แอสแมม) ครั้งที่ 11 ตอนหนึ่งว่า

กระทรวงกลาโหม ประเทศไทย ขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดี ซึ่งทุกท่านที่มาในวันนี้ ถือเป็นบุคคลากรที่สำคัญด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การจัดประชุม ACAMM (เอแคม), AARM (เออาม) และ ASMAM (แอสแมม) 2023 ในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้กรอบแนวคิด “ความร่วมมือของกองทัพบก เพื่อส่งเสริมความเป็นแกนกลางของอาเซียน” ถือเป็นเวทีในการสร้างเครือข่ายผู้นำทางทหาร เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของประชาคมอาเซียน ในการรองรับการปรับตัว ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ และทั่วโลกต้องเผชิญกับภัยคุกคามในหลายรูปแบบ

การเสริมสร้างความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องอาศัยกองทัพเป็นผู้สนับสนุนภาครัฐในการดำเนินงานตามนโยบาย รวมถึงวางรากฐานสนับสนุนภารกิจที่สำคัญ โดยที่ผ่านมา กองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการช่วยกันแก้ไขปัญหา ทั้งในยามปกติและภาวะวิกฤต รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านต่างๆ ของภูมิภาค

การประชุมในครั้งนี้ นอกจากจะได้เรียนรู้ ผลจากการปฏิบัติในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงแนวทางปฏิบัติในอนาคตแล้ว ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะมาให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ แนวทางของกองทัพในการส่งเสริมด้านความมั่นคง รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกับภัยคุกคามต่างๆ เพื่อก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความสำคัญในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงและเศรษฐกิจ เนื่องจากมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงทรัพยากรมนุษย์ที่เพียบพร้อม ส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงพร้อมที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ การส่งเสริมความมั่นคงที่ยั่งยืนในภูมิภาค เป็นนโยบายที่ทุกประเทศควรร่วมมือกัน โดยมุ่งเน้น “การส่งเสริมความร่วมมือ ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจเชิงยุทธศาสตร์” ทั้งประเทศที่อยู่ภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศภายนอกภูมิภาค

รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาด้านความมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น การส่งเสริมการค้าตามแนวชายแดน การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสมาชิกอาเซียน รวมถึง การสนับสนุนบทบาทของกองทัพในการพัฒนาประเทศ โดยสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ทุกประเทศต้องมีเป้าหมายร่วมกัน ดังนั้น ตนขอให้ทุกท่านใช้โอกาสจากการประชุมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมในครั้งนี้ จะช่วยต่อยอดความสัมพันธ์อันดี เพื่อส่งเสริมให้ กองทัพบกกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความร่วมมือด้านต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรม แสดงให้ทั่วโลกประจักษ์ถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด ที่อยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน