อธิบดีอุทยานฯ แจ้งเหตุยุติ E-Ticket ชั่วคราว ชี้ระบบไม่พร้อม ย้ำอีก 2 ปี เริ่มใหม่ จำหน่าย อี-ทิกเก็ต อุทยานฯ ทั่วประเทศ ยันไม่มีทุจริต จ่อชี้แจง ป.ป.ช.
1 ธ.ค. 66 – นายอรรถพล เจริญชันษา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กรณีการยกเลิกระบบ อี-ทิกเก็ต ของกรมอุทยานฯนั้น ยอมรับว่า ผิดพลาดตรงที่ไม่ได้ประกาศให้ทราบล่วงหน้า
ซึ่งสาเหตุที่ต้องยกเลิก เนื่องจากยอมรับว่า ระบบยังไม่มีความพร้อมแบบ 100% เช่นระบบการกรอกข้อมูล ระบบปฏิบัติการต่างๆ จึงจำเป็นต้องยุติชั่วคราว ไม่ใช่ยกเลิกไป และไม่ใช่เพราะต้องการกระทำการทุจริตอย่างที่มีบางคนพยายามกล่าวหา ที่สำคัญเราเพิ่งจะทดลองทำไปเพียง 6 พื้นที่เท่านั้น พื้นที่อุทยานอื่นๆ ยังเก็บเงินระบบเดิม ไม่ได้ใช้ อี-ทิกเก็ต แต่อย่างใด
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ตนได้รายงานไปที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) แล้ว และในวันที่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและมิชอบ (ป.ป.ช.) ให้ไปชี้แจงก็พร้อมจะไป แต่ทางคณะกรรมาธิการยังไม่ได้แจ้งมาว่าต้องไปชี้แจงเมื่อไหร่
อย่างไรก็ตามโดยก่อนหน้าที่ได้ปรึกษากับทางป.ป.ช.เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ว่า ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากนี้ ระบบการเก็บตั๋วเข้าพื้นที่อุทยานฯจะพร้อม 100% ทุกอุทยานฯ ซึ่งทางป.ป.ช.ก็พร้อมจะสนับสนุนในส่วนของงบประมาณแบบบูรณาการ สำหรับการดำเนินการเรื่องนี้ด้วย
ด้าน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีการลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่าไม่มีการจัดเก็บค่าเข้าบริเวณถ้ำมรกต และรายงานยอดรายได้หลักหมื่นบาทต่อวัน นั้น ว่า
การลงพื้นที่ตรวจสอบอุทยานฯหาดเจ้าไหม พร้อมด้วยผอ.ส่วนยุทธการฯ หน่วยพญาเสือ เป็นการตรวจสอบตามข้อร้องเรียน และไม่มีการแจ้งให้อุทยานฯหาดเจ้าไหมทราบล่วงหน้าแต่อย่างใด อุทยานฯหาดเจ้าไหม มีเนื้อที่รวมประมาณ 144,292.35 ไร่ มีบุคลากร 104 คน มีเรือที่ใช้การได้ 5 ลำ เป็นเรือสปีดโบ๊ท 2 ลำ และเรือยางท้องแข็ง 3 ลำ มีจุดเก็บค่าบริการหลัก 4 จุด คือบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เกาะกระดาน ปากเมง และหยงหลิง ซึ่งหากหัวหน้าอุทยานฯ มีการบริหารจัดการที่ดีเพียงพอก็จะไม่มีเหตุให้ต้องลงพื้นที่ตรวสอบในครั้งนี้
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า กรณีที่ส่งรายงานว่ามีรายได้แค่หลักหมื่นต่อวันนั้น ไม่สอดคล้องกับยอดนักท่องเที่ยวที่ตนเห็น เพราะมีเรือหางยาวนับสิบลำ นักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 400 – 500 คน การทำแบบนี้ทำให้รัฐสูญรายได้จำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีการจ่ายตรงต่อเจ้าหน้าที่โดยไม่จำหน่ายตั๋ว
จากที่หัวหน้าอุทยานฯหาดเจ้าไหม ชี้แจงในกรณีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่นั้น เพราะต้องมารอรับตน ประกอบกับฝนตกหนักในพื้นที่ ถือว่าเป็นการชี้แจงเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น ไม่สมกับการมีภาวะความเป็นผู้นำ ทั้งนี้จะให้หัวหน้าอุทยานฯหาดเจ้าไหม ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนต่อไปอีกครั้ง