กรมอุทยานฯ ยันเร่งแก้ระบบ E-Ticket เข้าอุทยานฯ ให้โปร่งใส เผยสถิติเปรียบเทียบพบรายได้ค่าเข้าอุทยานมากขึ้น เร่งลดผลกระทบผู้ประกอบการ-นทท.

กรณีกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามทุจริตฯ เตรียมเชิญ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ชี้แจง เหตุผิดปกติยกเลิกขายบัตรอิเล็กทรอนิกส์ E-ticket เข้าพื้นที่ 6 อุทยาน ได้แก่ อุทยานฯเขาใหญ่ อุทยานฯเอราวัณ อุทยานฯอ่าวพังงา อุทยานฯหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และอุทยานฯดอยอินทนนท์ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 66 เนื่องจากระบบยังมีเหตุขัดข้องนั้น

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เปิดเผยถึง สำนักอุทยานแห่งชาติได้หารือร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อพัฒนาระบบการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ไขปัญหาระบบการจอง การรับเงิน ระบบการสื่อสาร สัญญาณอินเตอร์เน็ต และการตัดเงินผ่านระบบที่ไม่ตรงกับวันที่เข้าใช้บริการจริง ซึ่งส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวและสถิติเงินรายได้ของอุทยานในวันดังกล่าวไม่สอดคล้องกัน โดยการจองและชำระเงินจะเกิดขึ้นก่อนวันที่เข้าใช้บริการจริง เช่น นักท่องเที่ยวจองและชำระเงินในวันที่ 1 แต่เข้าใช้บริการในวันที่ 7 จะทำให้สถิติเงินรายได้เกิดขึ้นในวันที่ 1 แต่สถิตินักท่องเที่ยวจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ประกอบกับพบข้อบกพร่องจากการใช้งานระบบในส่วนอื่น ๆ

ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาและจัดทำระบบใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามคำแนะนำของ ป.ป.ช. โดยจะมีการพัฒนาระบบการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ผ่านระบบ E-ticket เพิ่มเติมอีก 31 แห่ง แต่เนื่องจากตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการประกวดอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับบริษัทรายอื่น ๆ ในการแข่งขันเพื่อพัฒนาระบบ เนื่องจากมีบริษัทเข้ามานำเสนอระบบการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องปิดระบบการจองและชำระเงินผ่านระบบ E-ticket ไว้เป็นการชั่วคราว

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า กรมอุทยานฯ ได้เสนอโครงการจัดการพัฒนาระบบบัญชีสำหรับเงินอุทยานแห่งชาติ จาก ป.ป.ช. ภายใต้แผนงานบูรณาการการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในปีงบประมาณ 2567 งบประมาณ 6.2 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบการจัดเก็บเงินอุทยานฯ ให้มีการแยกประเภทบัญชี บันทึกบัญชีคงค้าง ให้สามารถออกบัญชีทางการเงินที่สามารถเชื่อถือได้ และพัฒนาระบบการรับเงินกลางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับหน่วยงานส่วนภูมิภาค (e-payment) ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2568 จะทำข้อเสนอโครงการแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตามข้อเสนอของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของอุทยานแห่งชาติ อีก 96 แห่ง ให้ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีการเชื่อมต่อระบบชำระเงินกลาง (Payment Gateway) ช่วยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการจองและชำระเงิน ลดขั้นตอน ลดภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องจัดเก็บและเก็บรักษาเงิน

นายชัยวัฒน์ ระบุว่า จากการเปรียบเทียบสถิติการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาพบว่าถึงแม้จะไม่มีการใช้งานผ่านระบบ E-ticket แต่ก็สามารถจัดเก็บเงินรายได้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการบุคลากรของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เอง ดังจะเห็นได้จากสถิติการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ในเดือนพ.ย. 66 เปรียบเทียบกับเดือนพ.ย. 65 ที่มีการจัดเก็บเงินรายได้เพิ่มขึ้นถึง 40 ล้านบาท และอุทยานฯเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีการจัดเก็บเงินรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบในเดือนพ.ย. 66 กับเดือนพ.ย. 65 เป็นเงิน 5.9 ล้านบาท ภายหลังจากมีการโยกย้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ และจากข้อมูลการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ในระหว่างวันที่ 1 ต.ค. – 29 พ.ย. 66 มีการจัดเก็บเงินรายได้รวมทั้งสิ้น 302 ล้านบาท และข้อมูลการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาตินำร่อง จำนวน 6 แห่ง โดยระบบ E-ticket ในระหว่างวันที่ 1 – 29 พ.ย. 66 พบว่ามีการจัดเก็บเงินทั้งหมด 121 ล้านบาท และจัดเก็บผ่านระบบ E-ticket 40 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 32.87% ของการจัดเก็บเงินรายได้ในภาพรวม

ผอ.สำนักอุทยานฯ ระบุว่า ในระหว่างที่ยุติระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์เป็นการชั่วคราว กรมอุทยานฯ จะหาแนวทางในการจองและชำระค่าบริการเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการให้น้อยที่สุด ซึ่งตนได้ลงพื้นที่อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อุทยานฯสิมิลัน และอุทยานแห่งชาติในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) พร้อมเข้าตรวจสอบการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อย่างละเอียดทุกขั้นตอน และหารือกับอุทยานฯหมู่เกาะสิมิลัน เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีการจองและชำระเงินค่าบริการ ผ่านระบบ E-ticket มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับอุทยานแห่งชาติ นำร่องทั้ง 6 แห่ง ทำให้ผู้ประกอบกิจการนำเที่ยวและนักท่องเที่ยวที่ใช้งานผ่านระบบ E-ticket ได้รับผลกระทบจากการปิดระบบ เพราะต้องเข้ามาจองและชำระค่าบริการ ณ ที่ทำการของอุทยานแห่งชาติ


จากการสำรวจ พบว่า ผู้ใช้บริการผ่านระบบ E- ticket จาก 100% มีผู้ใช้บริการมีความพร้อมในการจองและชำระเงินบริเวณที่ทำการฯ 70% และอีก 30% เป็นผู้ใช้บริการอยู่ในพื้นที่จ.ภูเก็ต จึงหาแนวทางในรูปแบบของการขยายจุดจำหน่ายบัตรค่าบริการเข้าไปในอุทยาน โดยใช้ระบบการจองที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการจองและการชำระค่าบริการถึงกันได้ในระหว่างอุทยาน โดยให้ผู้ใช้บริการที่อยู่ในพื้นที่จ.ภูเก็ต สามารถจองและชำระค่าบริการได้ในจุดจำหน่ายบัตรค่าบริการของอุทยานฯสิรินาถ จ.ภูเก็ต เพื่อเข้าใช้บริการในพื้นที่ของอุทยานฯสิมิลัน เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการนำเที่ยว และเป็นการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกินขีดความสามารถในการรองรับได้ของพื้นที่ โดยจะเร่งดำเนินการให้สามารถจองและชำระเงินในระบบดังกล่าวได้ภายใน 7 วัน

“ยืนยันว่าระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) มีความจำเป็นต่อการจัดเก็บเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบ โดยการลดข้อมูลในส่วนของผู้ใช้บริการลง เพื่อเป็นการลดขั้นตอนและเกิดความรวดเร็วในการเข้าใช้บริการภายในอุทยานแห่งชาติ พร้อมทั้งปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ ที่พบในระบบให้ดียิ่งขึ้น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน