ชาวบ้านเชื่อ กุดน้ำอาถรรพ์ ทรายดูด เสียชีวิต 5 ศพ เผยจุดเกิดเหตุตายหมู่มาแล้ว 2 ครั้ง ช้างยังเกือบไม่รอด ญาติเศร้าสลดตั้งร่างบำเพ็ญกุศล
กรณี นายวิริยา (สงวนนามสกุล) อายุ 4 5ปี พร้อมลูกหลาน รวม 5 ราย ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าวันที่ 11 ธ.ค.เพื่อไปเอาทรายที่แม่น้ำมูล นำเอามาผสมปูนเพื่อปูกระเบื้องที่บ้าน แล้วหายตัวไป
กระทั่งพบกลายเป็นศพอยู่ในแม่น้ำมูล ซึ่งมีลักษณะเป็นกุด (ภาษาอีสานหมายถึง หนองน้ำที่กว้างและยาว ต่อมาตื้นเขินขาดเป็นช่วงๆห้วงที่ขาดน้ำ) กู้ภัยวังกรูด อ.สตึก ใช้เวลานานกว่า 3 ชม.จนถึง 23.00 น.จึงสามารถกู้ศพมาได้ทั้งหมด
- ทรายดูด ต้องทำยังไง เผยวิธีเอาตัวรอด หลังเกิดเหตุสลด เสียชีวิต 5 ศพ
- ด่วน! ทรายดูด 5 ศพ สลดกอดกันสิ้นใจ พ่อพาลูก-หลานมาขนไปซ่อมบ้าน
วันที่ 12 ธ.ค.2566 นายประมวล ชุมทอง อายุ 62 ปี เล่าว่า เมื่อวาน(11 ธ.ค.) ตอนสายๆ เห็นกลุ่มนี้ขับรถอีแต๊กมาด้วยกัน 4 คน คาดว่ามาเอาทราย ต่อมามีวัยรุ่นหญิงขี่รถจักรยานยนต์มาสมทบอีก 1 คน รวมเป็น 5 คน ตนไม่ได้สนใจเพราะปกติจะมีชาวบ้านมาเอาทรายเป็นประจำ
ตอนประมาณเที่ยงวัน ขับรถอีแต๊กขึ้นจากบ่อทราย เอามาจอดในท่าเตรียมขับกลับบ้าน และยังเห็นกลุ่มนี้กำลังลงน้ำอยู่บริเวณนั้น หลังจากนั้นไม่เห็นใครเลย พอตกเย็นทุกอย่างยังอยู่สภาพเดิมไม่มีการเคลื่อนไหว และไม่พบมีใครอยู่
นายประมวล เล่าด้วยว่า บริเวณดังกล่าวเป็นเหมือนทรายหลวม บางจุดเวลาเหยียบลงไปจะหลวมเหมือนดูด แต่จะเปลี่ยนจุดไปเรื่อยๆ แล้วแต่ทิศทางของน้ำว่าจะหมุนไปทางไหน ส่วนตัวเชื่อว่าอาจมีใครคนใดคนหนึ่งโดนทรายดูด แล้วแต่ละคนเข้าไปช่วยแล้วถูกดูดไปทั้งหมด
ด้าน นางสุดสงวน สุวรรณรัตน์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า เคยมีแม่พาลูกมาเล่นน้ำแล้วจมหายบริเวณนั้น 3 คนพร้อมๆกัน ต่อมาประมาณ 2 ปี ระหว่างมีการสร้างสะพานเชื่อมจังหวัดบุรีรัมย์กับสุรินทร์ จุดนี้คนงานก่อสร้างที่ทำงานอยู่ จมน้ำในลักษณะเดียวกันตาย 4 คนพร้อมกัน และมาครั้งนี้มาตายอีก 5 ศพ
ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นกุดน้ำอาถรรพ์ เพราะทุกครั้งจะตายหมู่ทั้งหมด และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่ช่วงนี้น้ำไม่ลึก โดยเฉพาะทรายมีลักษณะดูดคน เคยมีคนเอาช้างมาเลี้ยงจุดนี้ คนเลี้ยงช้างบอกว่าช้างเกือบเอาตัวไม่รอดเพราะทรายดูด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในงานศพที่ญาตินำมาตั้งบำเพ็ญไว้ที่สำนักสงฆ์บูรพาราม ม.2 บ้านกระสังใต้ ต.กระสัง อ.สตึก ยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีชาวบ้านมาให้กำลังใจญาติไม่ขาดสาย โดยจะมีการฌาปนกิจพร้อมกันในวันที่ 17 ธ.ค. พ่อจะเผาในเมรุ ส่วนลูกและหลานจะเผาแบบเชิงตะกอน



