สลดคืนปีใหม่ โจ๋ขี่จยย.ซ้อน 3 ชักปืนออกมา ลั่นเปรี้ยง เพื่อนนั่งกลางดับ เผยวิถีกระสุนถูกยิงจากท้ายทอยด้านขวา เร่งขยายผลอาวุธปืนที่ใช้

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.67 ที่ห้องสืบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง ผกก.สืบสวน สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง สว.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.วีระ สุขชนะ สว.สส. พร้อมตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเยาวชน อายุ 15 ปี ชื่อนายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี

พร้อมของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก แจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 18.47 น. วันที่ 31 ธ.ค.66 พ.ต.ท.ชุมพล ทรงงาม สารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากซอยสำนักสงฆ์วิปัสนาดำรงธรรม ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุพบนายศรายุทธ อายุ 14 ปี ชาว อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นอนจมเลือดอยู่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดกระสุน เข้าท้ายทอย ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศเมืองท่าโขง นำส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ กล่าวอีกว่า คดีนี้สอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้เสียหายซ้อนท้ายรถจยย.มากัน 3 คนและก็มีกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง ขับรถมาทางซ้ายเหมือนทะเลาะกันส่งผลให้กลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งเป็นคำให้การจากเพื่อนอีกคนหนึ่ง ซึ่งนั่งซ้อนท้ายมาบอกว่า ระหว่างที่ชักปืนออกมาปืนก็เลยลั่นใส่เพื่อนที่นั่งอยู่ตรงกลางเสียชีวิต

ซึ่งไม่เกี่ยวกับรถจยย.ที่ขับมาข้างๆ แต่อย่างใดที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ก็เพราะวิถีกระสุนถูกยิงจากท้ายทอยด้านขวาและลูกปืนไปฝั่งอยู่บนศีรษะด้านซ้าย ซึ่งผิดจากที่รถจยย.ที่กลุ่มผู้เสียหายขับมาทางด้านซ้าย เป็นไปไม่ได้เลย

จากการสอบถาม กลุ่มผู้เสียหายคนซ้อนท้ายด้านหลังก็ยอมรับว่า ทำปืนลั่นจริง ผู้เสียชีวิตบอกว่าให้ชักปืนออกมา เบื้องต้นจะขยายผลถึงอาวุธปืนที่นำมาใช้ก่อเหตุและหลังจากก่อเหตุแล้วก็นำอาวุธปืนไปทิ้งที่ในซอยเอราวัณ 28/1 นั้นเอง

เบื้องต้นแจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปีน ไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และกระทำการโดยประประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน