ชาวบ้านใจชื้น กรมชล สั่งยกเลิกโครงการ เขื่อนกั้นน้ำชีแห่งใหม่ ตามที่ร้องเรียน จี้ นายกฯ ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาจัดการน้ำ

วันที่ 8 ม.ค.2567 นายสิริศักดิ์ สะดวก ผู้ประสานงานศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรชุมชนลุ่มน้ำชี ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีร้อยเอ็ด จัดประชุม ณ วัดบ้านอีโก่ม ต.เทิดไทย อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด หลังได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการว่ากรมชลประทาน มีข้อสั่งการให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาและคณะกรรมการฯ ที่มีหน้าที่กำกับดูแลที่ปรึกษาด้านวิชาการ

พิจารณายกเลิกการศึกษาอาคารบังคับน้ำ/ประตูระบายน้ำกั้นแม่น้ำชีหรือที่ชาวเรียกว่าเขื่อนกั้นน้ำชีแห่งใหม่ บริเวณจุดที่ตั้งบ้านไชยวาน ต.นาเลิง อ.เสลภูมิ และบริเวณพื้นที่การเกษตรบ้านบาก ต.โพนเมือง อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ตามที่เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีจังหวัดร้อยเอ็ด ยื่นหนังสือเรียกร้องพร้อมรายชื่อกว่า 2 พันรายชื่อ

นายสิริศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่กรมชลประทานสั่งการยกเลิกการศึกษาในครั้งนี้ ถือว่าเป็นบทเรียนการจัดการน้ำเพราะที่ผ่านมาโครงการจัดการน้ำในแม่น้ำชีได้สะท้อนให้เห็นชัดว่าเกิดความล้มเหลว แม้แต่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม (Post EIA) แม่น้ำชี ที่ศึกษาภายหลังจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อยได้ชี้ให้เห็นว่าต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นคือการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำชี

“โครงสร้างของเขื่อน เช่นคันไดค์ ประตูปิดทางไหลของลำห้วยกุดที่จะไหลลงน้ำชี การบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด ซึ่งปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นยังแก้ไขปัญหาไม่เสร็จเป็นรูปธรรม กรมชลประทานควรนำไปศึกษา และไม่ควรมีโครงการใด ๆ ทั้งสิ้นที่มาใช้วาทกรรมว่าอีสานแล้ง”นายสิริศักดิ์กล่าว

นายสิริศักดิ์กล่าวว่า ควรมีการศึกษารูปแบบการจัดการน้ำในพื้นที่แบบครัวเรือนที่แต่ละชุมชนได้เข้าถึงและจัดการได้จริง และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญเดิมลุ่มน้ำชีที่ชาวบ้านเรียกร้องมา 15 ปี เหลือเพียงนายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งแต่งตั้งกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ซึ่งถือว่านายกฯปัจจุบันดำเนินการช้ากว่ารัฐบาลที่ผ่านมา

นาย​นิรันดร​ คำ​นุ​ หัวหน้า​ภาค​วิชา​สังคม​วิทยา​และ​มานุษ​ยวิทยา ​คณะมนุษย​ศาสตร์​และ​สังคม​ศาสตร์​ มหา​วิทยาลัย​มหาสารคาม กล่าวว่า ​โครงการ​ศึกษา​ความเป็นไปได้​ในการสร้างอาคารบังคับน้ำ ในลุ่มน้ำชีครั้งนี้ หน่วยงาน​ที่​เกี่ยวข้อง​จะต้องให้ความสำคัญ​กับกระบวนการ​มีส่วนร่วม​ของ​ประชาชน​ให้มาก​ที่สุด​

โดยเฉพาะ​การให้ข้อมูลรายละเอียด​ของโครงการ​ที่ชัดเจนตรงไปตรงมา​ และการรับฟังความคิดเห็น​จากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับ​ข้อกังวลใจ​ในมิติต่างๆ ทั้งสภาพปัญหา​น้ำท่วม​ซ้ำซาก​ยาวนานที่เกิดขึ้นภายหลังการสร้างเขื่อนภายใต้​โครงการ​ โขง ชี มูลซึ่งโดยหลักการแล้วจะต้องทำการศึกษา​ PostEIA​ ว่าโครงการ​โขง ขี มูล ที่ดำเนินการ​ก่อสร้างและจัดการน้ำในลุ่มน้ำชี้ก่อนนี้นั้น มีผลกระทบ​ต่อสิ่ง​แวดล้อม​และ​สังคม​ชุมชนหรือไม่ อย่างไร​

“ปัจจุบัน​ได้มีการศึกษา​ PostEIA​ ในพื้นที่​ลุ่มน้ำ​ชี​ตอน​ล่าง​ กรณีเขื่อน​ร้อยเอ็ด​ เขื่อนยโสธร​ – พนมไพร​ และ​เขื่อน​ธาตุ​น้อย​ ไปเรียบร้อย​แล้ว​ โดยผลการศึกษา​สำคัญ​พบว่า ตัวเขื่อน และองค์ประกอบ​ของเขื่อนต่าง ๆ เช่น คันพนังกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ​ ฯลฯ ที่ได้ก่อสร้าง​ขึ้นนั้นมีส่วนสำคัญ​ทำให้เกิดผลกระทบโดยตรง​ต่อกรณีการเกิดน้ำท่วม​ซ้ำซาก​ในพื้นที่​ลุ่มน้ำ​ชี​ตอน​ล่าง​

เนื่องจาก​แบบแปลนเขื่อนไม่สอดคล้อง​กับสภาพกายภาพของพื้นที่และไม่สอดคล้อง​กับระบบนิเวศ​ บทเรียน​จากผลการศึกษา​ดังกล่าวฯ หน่วยงาน​ที่เกี่ยวข้อง​ต้องตระหนัก​ถึงผลกระทบ​ที่อาจะเกิดขึ้น​ โดยเฉพาะ​การพิจารณา​จะดำเนินการ​โครงการ​ขนาดใหญ่ใดๆในพื้นที่​ลุ่มน้ำชีจะต้องพิจารณา​อย่างถี่ถ้วน และละเอียดอ่อน”นายนิรันดร กล่าว​

นาย​นิรันดร​ กล่าวว่าข้อเสนอสำคัญ​คือ 1. การดำเนิน​โครงการ​ใด ๆ ใน​พื้นที่​ลุ่มน้ำ ต้องดำเนินการ​ตามหลักการ​อย่างตรงไปตรงมา​โดยเฉพาะ​กระบวนการ​มีส่วนร่วม​ของ​ประชาชน​ในพื้นที่​ 2. ต้องมีการศึกษา​ PostEIA เพื่อประเมิน​ผลกระทบ​ด้านสิ่งแวดล้อม​และ​ด้าน​สังคม​ภายหลังการก่อสร้างกับเขื่อนในลุ่มน้ำ​ชี​ทั้งหมด​ทุกเขื่อนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ​ศึกษา​ 3. หน่วยงาน​ที่​เกี่ยวข้อง​ต้องดำเนินการ​เยียวยา​ประชาชน​ และแก้ไขปัญหา​ต่าง​ๆ ที่เกิดจากผลกระทบ​ของโครงการ​พัฒนา​และจัดการน้ำในพื้นที่​ลุ่มน้ำชี

ด้าน จันทรา จันทาทอง กรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี กล่าวว่า หลังได้รับการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร พิจารณายกเลิกการศึกษาอาคารบังคับน้ำ/ประตูระบายน้ำกั้นแม่น้ำชี ทำให้พี่น้องรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากหลังจากชาวบ้านในพื้นที่และนอกพื้นที่ร่วมกันคัดค้านเพื่อไม่ให้มีเขื่อนหรือประตูระบายน้ำมาสร้างขวางกั้นแม่น้ำชีอีก

แต่ยังต้องเฝ้าระวัง และยังจะเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเดิมที่ผ่านมา เพราะทางเครือข่ายเรียกร้องมา 15 ปีแล้ว และเหลืออีกไม่กี่ขั้นตอนแต่นายกรัฐมนตรียังนิ่งเฉยไม่ลงนามคำสั่งแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน